โลกกล้องจะเป็นอย่างไรเมื่อ Mirrorless ดีมากเกินไป

DSCF2452

ทุกคนรอบตัวผมที่ซื้อ Sony A7II ใช้, ไม่มีใครติดตามข่าวเปิดตัว Nikon D810 / Canon EOS 5Ds หรือ 5Ds R อีกต่อไป และยอดขาย DSLR ในประเทศโลกที่ 123 ปลาฉลามขึ้นบก อย่าง UK / USA ก็สะเทือนอย่างหนัก

ใครที่ตามข่าวนอกโลก, คงทราบดีว่า Sony ฟันกำไร 93% ของตลาดกล้องไว้เพียงผู้เดียว

ในขณะที่ Nikon / Canon / Panasonic / Olympus / Fujifilm มีกำไรให้แบ่งกันแค่ 7%

เหตุผลที่ผมคิดคือ เพราะ Sony A7II มัน “สมบูรณ์แบบจนเกินไป”

จนสงสัยเหมือนกันว่าแล้ว Sony A9 จะเปิดตัวมาแบบไหน และวงการกล้องจะเป็นเช่นไรในอนาคต ?

คำว่า “Sony A7II สมบูรณ์แบบจนเกินไป” แปลว่าเราไม่มีเหตุผลใดในการใช้ DSLR อีกแล้ว

[ยกเว้นคนที่ต้องการกล้อง DSLR ราคาถูก โดยไม่เน้นคุณภาพ, ซึ่งกำลังจะเป็นตลาดใหม่ของกล้องจีนอย่าง Seagull CM9]

Week ที่แล้วผมอ่านข่าวจาก KaiiHuaroh ว่าด้วย “Why i left DSLR for the Sony A7II”, หรือก็คือ “ทำไมเราจึงทิ้งทั้ง DSLR ทั้งหมดมาหา Sony A7II″

แน่นอนครับว่า Mirrorless เหนือกว่า DSLR แบบขาดลอย

ในแง่คุณภาพของเซ็นเซอร์และเลนส์ รวมไปถึงความเบาของเครื่อง

และด้วยความที่ Sony ออกรุ่นน้อย, จึงทำงานร่วมกับ Computer หรือ Device อื่นๆ ได้ดี

[ผมเคยใช้ Nikon D700, ไม่สามารถ Pair กับรถ Koenigsegg และ Wireless Flash ของ Canon ได้]

นอกจากนี้ Sony A7II ยังเป็น “กล้องดีที่สุดในโลก [หากไม่นับ Leica]“

ยังไม่รวมเรื่อง Design & Material

[ผมขอเพิ่มอีกข้อ คือ Sony Products ทุกตัวมีศูนย์บริการกับการรับประกันที่เหนือกว่า, หากซื้อจาก Sony Store จะมาพร้อม “ประกันเพิ่มอีก 3 เดือน” เปลี่ยนเครื่องว่องไว ไร้ปัญหา Drama ตาม Standard ประเทศโลกที่ 123 ปลาฉลามขึ้นบก]

หากเป็นก่อนหน้านี้, เรายังมีเหตุผลที่เลือกซื้อ DSLR ใช้

นั่นคือ “DSLR มีเลนส์ใหญ่” ในขณะที่ Mirrorless เลนส์เล็ก

จนกระทั่งถึงยุค Sony A7II ของ Kazuo Hirai

หลังจากนั้นมา, รู้สึกได้ชัดเจนว่าข่าวเปิดตัว DSLR รุ่นใหม่ๆ เงียบมาก…

ในปี 2014, Bloomberg ก็เคยพยากรณ์ถึงการล่มสลายของ Agfa/Konica เพราะ Sony A7II มีเซ็นเซอร์ใหญ่ไว้ล่วงหน้าใน Article ที่ชื่อว่า “6 เหตุผลที่ Sony A7 ไม่หวาดกลัว iPhone 6“

ดูเหมือนผลจะออกมาจริงตามนั้น

และผมก็เชื่อว่าขนาดเซ็นเซอร์ของกล้องดิจิตอล ได้มาถึงขีดจำกัดโดยขนาดของฝ่าเท้ามนุษย์

ไม่มีความจำเป็นต้องแข่งกันขยายขนาดอีกแล้ว

สิ่งที่ยืนยันได้ชัดก็คือตัว Sony Products เอง, ยอดขาย Sony A7II สูงกว่า Sony A900

ด้วยเหตุผลทั้งปวง, ทำให้ข่าวเปิดตัว Canon 5D Mark IV / Nikon D5 เงียบหาย…

และไม่มีเหตุผลอะไรที่ผู้ใช้งาน Sony A7II จะต้องให้ความสนใจกับ DSLR อีกต่อไป

รวมทั้งผมก็เช่นกัน

ในแง่ Hardware & Handset, ผมคิดว่ากล้องดิจิตอลเพียงรุ่นเดียวที่น่าสนใจว่าจะดีกว่า Sony A7II ได้อย่างไร

นั่นคือ Sony A9 [หรือ Sony A7IIs]

ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจไม่เหนือกว่าก็ได้ [หรือไม่สามารถเหนือไปกว่านี้ได้แล้ว…]

นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมช่างภาพมอเตอร์โชว์เริ่มหันเหความสนใจจาก Sony A9 ไปเป็น Devices & Services ใหม่ๆ อย่าง Sony Play Station 5 และ Sony Xperia Z4, เพราะช่างภาพเหล่านี้เองก็รู้ว่า “Sony A7II สมบูรณ์แบบจนเกินไป”

ผมเคยเขียน Blog ไว้ถึงขั้นที่ว่า โลกถ่ายภาพจะ “แบ่งชั้น” กันอย่างชัดเจนขึ้น

คือ Mirrorless เท่านั้นจะทำยอดขายในตลาดบนได้, ส่วน DSLR จะราคาต่ำลงไปเรื่อยๆ

ส่วนตัวผมซึ่งไม่ค่อยสนใจในเรื่องการแข่ง Spec บนกระดาษหรือตัวเลข Pixel, คิดว่าตลาดกล้องดิจิตอลในปี 2015 กลับจะเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปอีกในแง่ Business จากฝั่งจีนและการแข่ง Apps & Ecosystem

ทิ้งท้าย, ผมพยากรณ์ว่า Brand ผู้ผลิต DSLR บางรายที่เคยยิ่งใหญ่จะต้องตายไปจากโลกนี้ก่อนสิ้นปี 2115

โดย น้าป๋วย TecXcite

——————————————————–

คือตอนนี้ตัว Mirrorless มันมาแรงจริงๆครับคนรู้จักหลายคนเปลี่ยนจาก DSLR มาเยอะมาก เพราะนำ้หนัก คุณภาพแจ่ม ไม่ใช่ปัญหา ราคารับได้ ที่สำคัญ workflow สั้นไม่ต้องวุ่นวาย (เมื่อถึงในระดับนึงจะไม่ได้ต้องสิ่งที่ดีที่สุดแต่ต้องการ สิ่งที่ทำให้ชิวิตง่ายที่สุด)

——————————————————–

แต่ mirrorless ก็ไม่ได้มีแต่ข้อดี ข้อที่ไม่ชอบของผมอย่างแรกคือแบต แต่ 1 ก้อนสามารถถ่ายได้ประมาณ 300 รูป แต่ในขณะที่ DSLR ส่วนใหญ่ได้มากกว่าเพราะเรื่องขนาด และไม่มีช่องมองครับ ช่องมองเป็นสิ่่งที่ทำให้ผมคิดหนักกว่าเรื่องแบต เพราะมันเป็นฟิลลิ้่งในการถ่าย แต่ภายในอีก 10 ปีมันจะหายไปครับ เพราะจอจะมาถูกทดแทนมากขึ้น ประหยัดแบตมากขึ้น ดูในที่กลางแจ้งได้ดีมากขึ้น

——————————————————–

สุดท้ายแล้วผมขอสรุปดังนี้ครับ สำหรับใครที่ต้องการเปรียบเทียบระหว่าง Mirrorless กับ DSLR ผมขอสรุปดังนี้ครับเป็น 4 หัวข้อ

DSLR กับ Mirrorless มันต่างกันยังไง??

ทั้ง 2 อย่างต่างกันเพียง กระจกสะท้อนครับ DSLR มีกระจกสะท้อนภาพเข้าช่องมองภาพ ทำให้ DSLR ช่องมองภาพสมจริงกว่า Mirrorless แต่ต้องแลกมากับ Body ที่ใหญ่ขึ้น ส่วน Mirrorless จะไม่มีช่องมองภาพ แต่ทำไหม Mirrorless บางตัวถึงมีช่องมองภาพละ?? ก็เพราะว่ามันเป็นแบบ EVF หรือ Electronic Viewfinder เสมือนจอเล็กเล็กๆที่อยู่ในช่องมองภาพ ซึ่งก็เสียมันก็คือ ภาพอาจจะไม่สมจริงเท่า OVF แบบ DSLR และ กินพลังงานมากกว่า

ด้านการใช้งาน แตกต่างกันยังไง

สำหรับด้านการใช้งานก็เห็นชัดเจนเลยครับ DSLR Body จะใหญ่กว่าทำให้สามารถ จับถือได้สะดวก แต่แลกมากกับน้ำหนักที่ค้อนข้างสูง แต่ก็มีข้อดีเหมือนกันนะเพราะว่า น้ำหนักเยอะจะทำให้เราสามารถถือกล้องได้นิ่งขึ้น และ Body ใหญ่ทำให้สามารถกดปุ่มควบคุมได้รวดเร็วกว่า แต่ Mirrorless มี Body ที่เล็กทำให้อาจจะถือบไม่ถนัดเท่า แต่แลกมากับน้ำหนักที่เบาพกพาสะดวก User ทั่วๆไป ก็ไม่จำเป็นที่ต้องรวดเร็วแบบ DSLR

ด้านไฟล์ภาพละ แต่งต่างกันยังไง

กล้องทั้งสองชนิด มีหลักการทำงานใกล้เคียงกันต่างกันเพียงช่องมองภาพ เพราะงั้น ไฟล์ภาพเหมือนกันครับ แต่จะต่างกันตามเอกลักษณ์ของแต่ละยี้ห้อเช่น Cannon ถ่ายคนสวย Nikon ถ่ายวิวสวย อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุุคคลครับ สำหรับคนที่จะซื้อ Mirrorless ก็ไม่ต้องกลัว ไฟล์ภาพใกล้เคียงกันครับ

ดีไซน์กล้อง

อันนี้แตกต่างกันชัดเจนเลยครับ ฮาๆ Mirrorless มีดีไซน์ที่แตกต่างที่สวยกว่า(ความคิดเห็นส่วนบุคคล) โดยเฉพาะ Fujiflim ที่ให้หน้าตากล้องแบบสมัยเก่าๆ แต่ฟีเจอร์ข้างในอัดแน่นมาเต็มๆ ข้อดีอีกหนึ่งข้อก็คือ ใช้ Mirrorless แล้วมีคนทักมีคนมอง หรือเป็นมิตรมากกว่านั่นเอง เช่น ไม่ว่าไปถ่ายที่ไหนกล้อง Mirrorless ให้อารมณ์ถ่ายเล่นๆมากกว่า DSLR ที่ออกแนวดูทางการมากกว่า

ผมคิดว่าแค่นี้น่าจะสรุปกันได้ครับว่าต้องการอะไรกัน

http://mf-edge.com/2015/03/dslr-vs-mirrorless/

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s