เรียนนิวซีแลนด์ดีไหม

 

สวัสดี….

เอาละะ มันก็ถึงบทความที่ตั้งใจจะเขียนตั้งแต่เรื่มสร้าง Blog นี้ เพราะมันมี Categories มาตั้งแต่แรก แต่ยังไม่ได้เขียน Categories สักกะรอบ (พึ่งเจอมีอยู่บทความนึงคือ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบเกี่ยวกับการเรียนที่ Newzealand ปี 2014 กดเข้าไปอ่านได้เลย ) ที่จนจะสอบ -_- มัวแต่ไปเขียนเรื่องราว IT ที่ไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวกับความตั้งใจเลย เอาละ….

เข้าเรื่อง วันนี้ผม (เฟิส) เป็นเด็กที่ส่งมาเรียนต่างประเทศ ไม่ใช่เพราะอยากเรียนแต่อย่างไร เพราะ ขี้เกียจ + พ่อแม่อยากให้เรียนภาษาอังกฤษ + ประเทศไทย โดยเฉพาะ โรงเรียนรัฐบาล ที่ไม่อินเตอร์ อังกฤษ โครตห่วย ไม่ช่วยในชีวิต (สอนกันแบบไม่คิดจะเข้า AEC)  ก็เลยมาเรียนอยู่ทีประเทศ New Zealand ตั้งแต่ปีที่แล้ว แล้วติดใจ (ขี้เกียจเรียนพิเศษ) ก็เลยมาอยู่อีกปี

ข้อมูล 

โรงเรียน – Marlborough Boy college

เรี่มเรียน – 5 May 2014

เมือง – Blenheim

ภูมิภาค – Marlborough

หลายคนที่เคยมา New Zealand ก็คงถามว่า เมืองเชี่ย อะไรเนี่ยย ไม่รู้จัก – ไม่แปลกหรอกครับ ทั้งเมืองมีอยู่ไม่ถึง 20,000 คน Blenheim เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีทุกอย่างเกือบครบ ทั้งสนาม BB Gen โรงพยายบาล โบส โรงเรียนขนาดใหญ่ ร้านอาหาร Fast food ทุกยี่ห้อ (แต่ไม่มี Starbucks) ร้านของเล่น IT Fibre เร็ว 500/500 Mbps ที่ขาดก็คงเป็น ไม่มี Apple Watch ให้เล่นทุกสัปดาห์ (ชึ่งก็ช่างแม้ง นโยบาย Apple นี่หว่า) แต่เดี่ยวนะ ไม่ได้เกี่ยวกับหัวข้อเลย นี่หว่า

เข้าเรื่อง… (ครั้งที่ 2) จากผลสำรวจ นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่น่าเรียนที่สุดในโลก โดยรวมทั้ง คุณภาพการศึกษา คุณภาพการอยู่อาศัย รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ถือว่าสมเหตุสมผลมากกว่าหลายๆ ประเทศอีกด้วย

ทำไมถึงต้องเมืองเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก?

เป็นคำถามที่เรียกได้ว่าถามบ่อยมากกว่า ทำไมถึงมาเรียน นิวซีแลนด์. ไม่มีอะไรมากครับ เมืองใหญ่คนไทยเยอะ ผมต้องการให้ปลอดกับคนไทยมากที่สุด เพื่อประสิทธิภาพในการเรียนที่ดีที่สุด นั้นเอง รวมถึง โรงเรียนนี้ ถือว่าเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพการสอน สื่อการสอน กิจกรรม ที่เท่าเทียม เมืองใหญ่ๆ

คุณภาพชีวิตที่ดีมาก 

การที่คุณตื่นมา 7 โมงเช้า เข้าเรียน 8 โมงครึ่ง เกือบ 9 โมง… คุณไม่ได้ฝัน ทุกวันนี้ผมตื่น 7 โมง 20 ออก เดินออกจากบ้าน 8:15 ถึงโรงเรียน 8:40 ทุกวันแบบ ชิวๆ ไม่ต้องรีบตื่น เพื่ออกไปรถติด แบบที่ไทย ที่ต้องออกจากบ้าน ตี 5:50 ถึงโรงเรียน 6:30 (ผมเชื่อว่าหลายคนมากกว่าผม) นอกจากนั้นยังมีอากาศที่ดีกว่าเมืองไทยมากอีกด้วย ตื่นมาโครตสดชื่น

มีข้อดี ก็มีข้อเสีย 

นิวซีแลนด์ เป็นประเทศธรรมชาติจริงๆ ครับ อย่ามาหา แฟชั่น ที่นี่ ทั้งแพง และ ล้าหลังสุดๆ แล้วก็สถานที่ ที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับ เทคโนโลยี ไม่มีครับ… ตัดไปได้เลย ออ แล้วก็ใครบ่นว่า 3G/4G ไทยห่วยสัญญาณไม่ดี ที่นี่ห่วยกว่าเยอะนะ ของไทยนี่ดีติดอันดับโลกแล้ว หายห่วง

ถ้ารับได้กับข้อเสียก็มาเถอะครับ ไม่ผิดหวัง มีอะไรสอบถามได้ที่ Facebook Page และ Twitter ทางด้านข้างนะครับ
//www.facebook.com/plugins/follow?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fnarathip.bun&layout=standard&show_faces=true&colorscheme=light&width=450&height=80

Advertisements

QC สินค้าเมืองนอกดีกว่าไทยจริงหรือ? แล้วสินค้าแบรนด์ยุโรปดีกว่า เอเชียจริงมั้ย?

วันนี้ผมไปเจอความเข้าใจผิดๆ ว่าชื้อของจากเมืองนอกคุณภาพจะดีกว่าของไทย ขออธิบายความเชื่อผิดๆ ว่า QC ของเมืองนอกจะดีกว่าของไทยครับ,ผมเชื่อว่ามีหลายคนคิดว่า ของเมืองนอกหลายๆอย่าง QC มักจะมีกว่าของไทย เสมอ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ Tablet อุปกรณ์เสริม หรือ แม้แต่รถยนต์ ที่คิดๆ กันว่าฝรั่ง เก่งกว่า ต้องได้ของดีๆ มาใช้สิ แถมของแพงกว่า …

ของเมืองนอกไม่ได้ดีกว่าเสมอไป

ผมไม่เถียงครับ ว่าของใช้เมืองนอกมักจะมีบางอย่าง ที่ดีกว่า แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่แบบนั้นถึงแม้ราคาจะแพงกว่าก็ตาม (ส่วนใหญ่ต่างกันที่ภาษีของแต่ละประเทศ) อย่างยกตัวอย่างง่ายๆ คือรถยนต์ เท่าที่เคยสัมผัสมา ในราคาพอๆกัน การเก็บรายละเอียด Detail ยังต่างจากไทยพอสมควร ถ้าเข้าไปเรื่องถึง โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์แล้ว มันก็เหมือนๆกัน และครับ มันผลิตที่จีนเหมือนกัน ยกเว้นสินค้า Handmade แต่ละชิ้นต้องดูเป็นชิ้นๆ ไปว่าผลิตที่ไหน ยี่ห้อดังไหม แต่ทางแบรนด์ยุโรป และ การบริการสินค้าในฝั่งของยุโรปนั้นมัก สมราคามากกว่าไทยอยู่เสมอๆ

Tips : โรงงานผลิต TV เริ่มย้ายไปเวียดนามและจีน เพราะค่าแรงงานถูกกว่า พนังงานพูดได้หลายภาษากว่า (พนังงานไทยควรมีฝึกต้อนรับ AEC อย่างจริงจังแล้วแหละ เดี่ยวจะไม่มีงาน)

20150817_220612

แบรนด์ญี่ปุ่นบางอย่างก็ดีกว่ายุโรปนะแถมถูกกว่าด้วย

ผมก็ยกตัวอย่างแบรนด์ญี่ปุ่นอย่างสินค้า Toyota มาเทียบกับ BMW Benz ผมเชื่อว่าสู่ไม่ได้หลอก แต่ลองเอาแบรนด์อย่าง Lexus มาเทียบกันครับ เทียบกับในบางตัวอาจจะถูกกว่าและดีกว่าในบางส่วนก็ได้ หรือแม้แต่ในด้านโทรศัพท์ แบรนด์ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ก็ไม่ได้ด้วยไปกว่ากันเลยถ้านับในตลาดยุโรป อเมกาจริงๆ คงเหลือเพียงแค่ Apple ที่ยังดังอยู่ ในขณะที่แบรนด์เอเชียก็กินเกินไปครึ่งโลกเข้าไปแล้ว และยังมีดูท่าทางแล้ว จะเพิ่มขึ้น เรื่อยๆด้วย และพัฒนาได้ดีกว่า แบรนด์ ยุโรปสักอีก ในราคาถูกกว่า

ผมไม่ใช่คนที่จะตัดสินใจให้คุณว่าจะชื้อของประเทศอะไร ผมไม่ใช่คนที่จะจ่ายเงินชื้อของให้คุณ สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ ไม่มีอะไรดีกว่าอะไร แต่ดูกว่าคุณต้องใช้ของเหมาะสมกับอะไรมากกว่า เลือกให้เหมาะไม่เกินฐานะของตัวเอง ใช้ของในประเทศหรือไกล้เคียง สนับสนุนคนที่อยู่ไกล้กันดีกว่านะ ผมว่า

อย่าเอาความเชื่อผิดๆมาทำให้ชิวิตต้องชื้อของแพงขึ้น ผมขอฝากไว้เท่านี้ครับ

4 ข้อควรรู้ก่อนมีเว็บไชต์ข่าวของตัวเอง

news

ผมเชื่อว่าหลายๆคนๆ อยากทำเว็บไชต์เป็นของตัวเองเพราะคิดว่าจะไม่อยาก แต่วันนี้ผมจะมีข้อคิดก่อนจะทำเว็บไชต์ข่าว

1. ความมั่นใจ (Trust You Self)  – อย่างแรกเลยครับ คือความมั่นใจว่าคุณจะทำได้ดี คุณจะไม่ทอดทิ้งถ้ามันไม่ถึงเป้าหมายที่คิดเอาไว้ ทำต่อไปเรื่อยๆ พยายามพัฒนาศักยภาพของตัวเอง ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

2.เวลา (Time) – เว็บข่าวที่ดี อย่างน้อยควรมีเวลาให้กับมันอย่างน้อยสักวันละ 1 ชั่วโมง และควร Update ข่าวทุกวันๆ เพื่อให้แฟนเพจ ติดตามได้อย่างต่อเนื่อง

3.เพื่อนร่วนทีมที่ดี (Team Work) – ถ้าคุณไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น การมีเพื่อนร่วมทีมที่ดีเป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะเขาจะคอยให้คำปรึกษา คอยช่วยเขียนเวลาคุณไม่ว่าง

4. ขออนุญาติรูปและใส่เครดิต (credit back) – การขออนุญาติใช้รูปถือว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญมาก เพราะผมถือว่าเป็นสิขสิทธิ์ทางปัญญา และเขาสามารถฟ้องคุณได้ โดยที่คุณผิดเต็มๆ แบบไม่ต้องมีข้อสงสัย แล้วมันก็ไม่คุ้มที่จะสร้างชื่อเสียงขึ้นมาอีกครั้งเพราะมันจะติดในหัวคนไทยว่า คนนี้คือพวกขี้ลอก

5.ตรวจสอบความผิดถูก (Check Again) – เวลาเขียนเสร็จควรตรวจทานให้เรียบร้อยครับ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาแก้ในภายหลัง

สำหรับผมเอง สิ่งที่ที่ผมอยากได้มากกว่ายอดวิวคือ Comment ที่คนอ่านมาบอกว่าควรจะปรับปรุงอย่างไร ควรพัฒนาไปทางด้านไหน สำหรับใครที่อยากให้ Blog เราปรับปรุงทางด้านไหน สามารถ Comment มาได้ที่ Facebook ของเราครับ

Picture From – biochemize

Happy Birth Day ใบหม่อน นะจ๊ะนะ #wefriend

เผื่อ บรรยากาศที่ดี ควรเปิดคลิปนี้ฟังไปด้วย แล้ว

.

.

.

.

.

.

.

อินโทรเพลงกำลังขึ้นละสิ

.

.

.

.

.

 

.

.

.

อิ้อิ้

.

.

 

.

.

.

.

.

.

.

 

.

.

.

 

.

.

.

 

.

.

.

 

อ่านให้จบ

เพื่อนสนิท … ก็คือ
เพื่อนธรรมดาๆ คนนึงที่ดันสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาๆ ทั่วๆ ไป
ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายๆ อย่าง
ที่คล้ายๆ กับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น
ถึงจะมาสนิทกันได้

DSCF9367-1024x577@2x

บางที อาจไม่ใช่นิสัย …
บางที อาจไม่ใช่หน้าตา …
บางที อาจไม่ใช่ฐานะ …
บางที อาจไม่ใช่ระดับความรู้ …
แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ต้องเป็นมันคนนี้เท่านั้นที่มี . . . * AAA_8596-1024x678@2x

 

บางครั้ง …
เราก็ไม่ไป ที่ที่เราอยากไป
เพียงเพราะว่า มันไม่มีมันไปด้วย

บางครั้ง …
นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้ามัน
น้ำตาที่กลั้นไว้แทบตาย กลับทะลักออกมาได้จนหมด

AAA_7183-1024x678@2x

บางครั้ง …
ถ้ามีเสียงหัวเราะของมันด้วย
เราจะหัวเราะได้ดังกว่านี้

บางครั้ง …

ร้อยคำปลอบใจของใครก็ไม่รู้
ยังอุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆ ที่หัวไหล่
บอกเป็นนัยๆ ว่า
ฉันยังอยู่ตรงนี้………….*

AAA_7285-1024x678@2x

เ ร า ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น แ ค่ เ พื่ อ น . . .
แ ต่ เ ร า เ ป็ น ตั้ ง เ พื่ อ น ต่ า ง ห า ก . . .

เพราะเพื่อนมีความสำคัญมากๆ …
มากจนบางคนแยกไม่ออก
เอาไปเปรียบเทียบกะแฟน ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน
ทั้งๆ ที่มันคนละเรื่องกันเลย ……….*

DSCF3296-1024x682@2x

แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก …
เพื่อน จะกลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเราทันที
เวลาที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที …
ก็ตอนที่อกหักนู่นแหละ

ก็เคยคิดเหมือนกันนะ
ถ้าเราเป็นมัน จะรู้สึกยังไง ???
เวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรัก
ก็แทบไม่ได้จะไปเที่ยวไหนกับมันเลย
นานๆ ถึงจะโทรไปหาที

แต่พอผิดหวัง พอเจ็บตัวขึ้นมา
นาทีนั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน
อยากให้มันรับโทรศัพท์ก่อน
ซึ่งบางทีมันนอนไปแล้ว ก็จะไล่มันให้กลับไปนอนเหอะ
ไม่ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆ ทั้งนั้น
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอแล้ว

AAA_8596-1024x678@2x (1)

แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่า …
เพื่อน คือคนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ
แต่ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันไปนับล้านคำ
แต่แทนที่มันจะด่าว่าอกหักแล้วค่อยนึกถึงเพื่อน …
กลับกลายเป็นว่า

“รู้ไหมว่ากูดีใจแค่ไหน ที่เวลาเสียใจ” …
กูเป็นคนแรกที่นึกถึง” …

เพื่อน … คือคนที่เมื่อเราสุข เราไม่เห็นมันอยู่ในสายตา
แต่เป็นคนไม่มีวันปล่อยให้เราล้มลง
ไม่ว่าเราจะเจ็บมาจากไหน

ปล1 เพลงเกี่ยวอะไรกู็ไม่รู้

ปล2 ที่กูก็อปๆมากูก็ยังไม่ได้อ่าน

ปล3 เครดิตหน่อยละกัน http://www.dek-d.com/board/view/1256038/

ปล 4 ร้องไห้เลยละสิ

 

ปล 5 ….

ปล 6

ปล 7

ปล 8 เห้ยๆ ถ้าไม่มีอะไรก็ไม่ต้องถ้าหาสาระไม่ได้

เหตุหมาย

  • ก็อบมิกมา
  • กูคิดถึงมึง
  • เดี่ยวที่ไอมิกเขียนจะโดนปลิว http://mf-edge.com/hbd-to-baimon-2015/ 
  • อยากเขียนก็เขียน
  • #ตามนั้น
  • นั้นดิ
  • อยากก็อบก็ก็อบ
  • สวัสดีปีใหม่
  • เอามาแค่สาระ #เหรออ
  • แค่นี้แหละอะไรมาก
  • บายๆ
  • สวัสดี
  • เจอกันปลายปี
  • อยากลืมกัน
  • มาเจอกันด้วย
  • สวัสดีอีกรอบ

5 ชอบ 5 ไม่ชอบเกี่ยวกับการเรียนที่ Newzealand ปี 2014

สวัสดีตัวเองเพราะไม่รู้จะเขียนให้ใครเหมือนกัน แล้วนั้นสิเยอะเขียนทำไมฟะ

ข้อมูลเบื่องต้นAdd New

มาถึง 1/5/57

เริ่มเรียน 5/5/57

ปิดเทอม 10/12/57

เคยไปเที่ยว 2 ครั้ง

1. ที่เมืองหลวง wellington 4 วัน

2.Hanmer Springs 2 วัน

รร ชายล้วน

ลงเครื่องที่ Auckland ต่อเครื่องมาจาก ออสเตียเลีย

5 ชอบ

– เพื่อน การมีเพื่อนเยอะๆถือเป็นเรื่องที่ดีมากอะ โครตดี เพื่อนดีทำให้มีความสุขขึ้นเยอะ

-อสิระ ? หรือเปล่าวะ อยากไปไหนง่ายมาก

-เที่ยว การไปเจอสถานที่ ที่ไม่เคยไปเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น แต่ที่นี่ไม่มีอะไรเลยยย

-party รร จะมีการจัด Party สำหรับมีงานต่างๆ เอาผู้หญฺงมาด้วย เต้น มันส์สัสสส

-รับผิดชอบ ทำให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น

5 ไม่ชอบ

-ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ น้อง คิดถึงมากๆ

-แฟน การที่เราไม่ได้อยู่ใกล้เขาเหมือนเราไม่จริงใจอะ คนบางคนดีมากแต่ปล่อยไปเพราะความรู้สึกที่ไม่สามารถดูแลเขาได้

-สอบ แม้งไม่ได้ยากนะ แต่ยากสำหรับคนไม่รู้ศัพท์อะ ไม่รู้สิ คะแนนน้อยมากอะ

-เพื่อนเอเชีย – เหี้ยมากก สูบบุหรี่ แดกเหล้าบ้านคนอื่น โครตหมาเกลียดคนสูบบุหรี (คนเคยรู้จักหรือเปล่าคุณมาทำร้ายทำไม)

ได้

-ความรุนแรง ไม่ต้องอะไรมากรักบี้อะ แม้ง ใช้กำลัง

ข้อควรระวัง,ควรทำ

-ภาษา มาแรกๆโครตเป้อ เลยอะ ควรทำอย่างไรดี แต่ต้องฝึกให้เยอะพูดเลยย

-เน็ตแพงดี

-พนังที่บ้านบางสัส เสียงแม้งออกไปง่ายมากอะ เช็ง จะคุยกะใครตอนดึกก็ไม่

IMG_2982
นั่ง Ferry จาก Picton ไป Wellington ถ่ายด้วย iPhone

 

โลกกล้องจะเป็นอย่างไรเมื่อ Mirrorless ดีมากเกินไป

DSCF2452

ทุกคนรอบตัวผมที่ซื้อ Sony A7II ใช้, ไม่มีใครติดตามข่าวเปิดตัว Nikon D810 / Canon EOS 5Ds หรือ 5Ds R อีกต่อไป และยอดขาย DSLR ในประเทศโลกที่ 123 ปลาฉลามขึ้นบก อย่าง UK / USA ก็สะเทือนอย่างหนัก

ใครที่ตามข่าวนอกโลก, คงทราบดีว่า Sony ฟันกำไร 93% ของตลาดกล้องไว้เพียงผู้เดียว

ในขณะที่ Nikon / Canon / Panasonic / Olympus / Fujifilm มีกำไรให้แบ่งกันแค่ 7%

เหตุผลที่ผมคิดคือ เพราะ Sony A7II มัน “สมบูรณ์แบบจนเกินไป”

จนสงสัยเหมือนกันว่าแล้ว Sony A9 จะเปิดตัวมาแบบไหน และวงการกล้องจะเป็นเช่นไรในอนาคต ?

คำว่า “Sony A7II สมบูรณ์แบบจนเกินไป” แปลว่าเราไม่มีเหตุผลใดในการใช้ DSLR อีกแล้ว

[ยกเว้นคนที่ต้องการกล้อง DSLR ราคาถูก โดยไม่เน้นคุณภาพ, ซึ่งกำลังจะเป็นตลาดใหม่ของกล้องจีนอย่าง Seagull CM9]

Week ที่แล้วผมอ่านข่าวจาก KaiiHuaroh ว่าด้วย “Why i left DSLR for the Sony A7II”, หรือก็คือ “ทำไมเราจึงทิ้งทั้ง DSLR ทั้งหมดมาหา Sony A7II″

แน่นอนครับว่า Mirrorless เหนือกว่า DSLR แบบขาดลอย

ในแง่คุณภาพของเซ็นเซอร์และเลนส์ รวมไปถึงความเบาของเครื่อง

และด้วยความที่ Sony ออกรุ่นน้อย, จึงทำงานร่วมกับ Computer หรือ Device อื่นๆ ได้ดี

[ผมเคยใช้ Nikon D700, ไม่สามารถ Pair กับรถ Koenigsegg และ Wireless Flash ของ Canon ได้]

นอกจากนี้ Sony A7II ยังเป็น “กล้องดีที่สุดในโลก [หากไม่นับ Leica]“

ยังไม่รวมเรื่อง Design & Material

[ผมขอเพิ่มอีกข้อ คือ Sony Products ทุกตัวมีศูนย์บริการกับการรับประกันที่เหนือกว่า, หากซื้อจาก Sony Store จะมาพร้อม “ประกันเพิ่มอีก 3 เดือน” เปลี่ยนเครื่องว่องไว ไร้ปัญหา Drama ตาม Standard ประเทศโลกที่ 123 ปลาฉลามขึ้นบก]

หากเป็นก่อนหน้านี้, เรายังมีเหตุผลที่เลือกซื้อ DSLR ใช้

นั่นคือ “DSLR มีเลนส์ใหญ่” ในขณะที่ Mirrorless เลนส์เล็ก

จนกระทั่งถึงยุค Sony A7II ของ Kazuo Hirai

หลังจากนั้นมา, รู้สึกได้ชัดเจนว่าข่าวเปิดตัว DSLR รุ่นใหม่ๆ เงียบมาก…

ในปี 2014, Bloomberg ก็เคยพยากรณ์ถึงการล่มสลายของ Agfa/Konica เพราะ Sony A7II มีเซ็นเซอร์ใหญ่ไว้ล่วงหน้าใน Article ที่ชื่อว่า “6 เหตุผลที่ Sony A7 ไม่หวาดกลัว iPhone 6“

ดูเหมือนผลจะออกมาจริงตามนั้น

และผมก็เชื่อว่าขนาดเซ็นเซอร์ของกล้องดิจิตอล ได้มาถึงขีดจำกัดโดยขนาดของฝ่าเท้ามนุษย์

ไม่มีความจำเป็นต้องแข่งกันขยายขนาดอีกแล้ว

สิ่งที่ยืนยันได้ชัดก็คือตัว Sony Products เอง, ยอดขาย Sony A7II สูงกว่า Sony A900

ด้วยเหตุผลทั้งปวง, ทำให้ข่าวเปิดตัว Canon 5D Mark IV / Nikon D5 เงียบหาย…

และไม่มีเหตุผลอะไรที่ผู้ใช้งาน Sony A7II จะต้องให้ความสนใจกับ DSLR อีกต่อไป

รวมทั้งผมก็เช่นกัน

ในแง่ Hardware & Handset, ผมคิดว่ากล้องดิจิตอลเพียงรุ่นเดียวที่น่าสนใจว่าจะดีกว่า Sony A7II ได้อย่างไร

นั่นคือ Sony A9 [หรือ Sony A7IIs]

ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจไม่เหนือกว่าก็ได้ [หรือไม่สามารถเหนือไปกว่านี้ได้แล้ว…]

นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมช่างภาพมอเตอร์โชว์เริ่มหันเหความสนใจจาก Sony A9 ไปเป็น Devices & Services ใหม่ๆ อย่าง Sony Play Station 5 และ Sony Xperia Z4, เพราะช่างภาพเหล่านี้เองก็รู้ว่า “Sony A7II สมบูรณ์แบบจนเกินไป”

ผมเคยเขียน Blog ไว้ถึงขั้นที่ว่า โลกถ่ายภาพจะ “แบ่งชั้น” กันอย่างชัดเจนขึ้น

คือ Mirrorless เท่านั้นจะทำยอดขายในตลาดบนได้, ส่วน DSLR จะราคาต่ำลงไปเรื่อยๆ

ส่วนตัวผมซึ่งไม่ค่อยสนใจในเรื่องการแข่ง Spec บนกระดาษหรือตัวเลข Pixel, คิดว่าตลาดกล้องดิจิตอลในปี 2015 กลับจะเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปอีกในแง่ Business จากฝั่งจีนและการแข่ง Apps & Ecosystem

ทิ้งท้าย, ผมพยากรณ์ว่า Brand ผู้ผลิต DSLR บางรายที่เคยยิ่งใหญ่จะต้องตายไปจากโลกนี้ก่อนสิ้นปี 2115

โดย น้าป๋วย TecXcite

——————————————————–

คือตอนนี้ตัว Mirrorless มันมาแรงจริงๆครับคนรู้จักหลายคนเปลี่ยนจาก DSLR มาเยอะมาก เพราะนำ้หนัก คุณภาพแจ่ม ไม่ใช่ปัญหา ราคารับได้ ที่สำคัญ workflow สั้นไม่ต้องวุ่นวาย (เมื่อถึงในระดับนึงจะไม่ได้ต้องสิ่งที่ดีที่สุดแต่ต้องการ สิ่งที่ทำให้ชิวิตง่ายที่สุด)

——————————————————–

แต่ mirrorless ก็ไม่ได้มีแต่ข้อดี ข้อที่ไม่ชอบของผมอย่างแรกคือแบต แต่ 1 ก้อนสามารถถ่ายได้ประมาณ 300 รูป แต่ในขณะที่ DSLR ส่วนใหญ่ได้มากกว่าเพราะเรื่องขนาด และไม่มีช่องมองครับ ช่องมองเป็นสิ่่งที่ทำให้ผมคิดหนักกว่าเรื่องแบต เพราะมันเป็นฟิลลิ้่งในการถ่าย แต่ภายในอีก 10 ปีมันจะหายไปครับ เพราะจอจะมาถูกทดแทนมากขึ้น ประหยัดแบตมากขึ้น ดูในที่กลางแจ้งได้ดีมากขึ้น

——————————————————–

สุดท้ายแล้วผมขอสรุปดังนี้ครับ สำหรับใครที่ต้องการเปรียบเทียบระหว่าง Mirrorless กับ DSLR ผมขอสรุปดังนี้ครับเป็น 4 หัวข้อ

DSLR กับ Mirrorless มันต่างกันยังไง??

ทั้ง 2 อย่างต่างกันเพียง กระจกสะท้อนครับ DSLR มีกระจกสะท้อนภาพเข้าช่องมองภาพ ทำให้ DSLR ช่องมองภาพสมจริงกว่า Mirrorless แต่ต้องแลกมากับ Body ที่ใหญ่ขึ้น ส่วน Mirrorless จะไม่มีช่องมองภาพ แต่ทำไหม Mirrorless บางตัวถึงมีช่องมองภาพละ?? ก็เพราะว่ามันเป็นแบบ EVF หรือ Electronic Viewfinder เสมือนจอเล็กเล็กๆที่อยู่ในช่องมองภาพ ซึ่งก็เสียมันก็คือ ภาพอาจจะไม่สมจริงเท่า OVF แบบ DSLR และ กินพลังงานมากกว่า

ด้านการใช้งาน แตกต่างกันยังไง

สำหรับด้านการใช้งานก็เห็นชัดเจนเลยครับ DSLR Body จะใหญ่กว่าทำให้สามารถ จับถือได้สะดวก แต่แลกมากกับน้ำหนักที่ค้อนข้างสูง แต่ก็มีข้อดีเหมือนกันนะเพราะว่า น้ำหนักเยอะจะทำให้เราสามารถถือกล้องได้นิ่งขึ้น และ Body ใหญ่ทำให้สามารถกดปุ่มควบคุมได้รวดเร็วกว่า แต่ Mirrorless มี Body ที่เล็กทำให้อาจจะถือบไม่ถนัดเท่า แต่แลกมากับน้ำหนักที่เบาพกพาสะดวก User ทั่วๆไป ก็ไม่จำเป็นที่ต้องรวดเร็วแบบ DSLR

ด้านไฟล์ภาพละ แต่งต่างกันยังไง

กล้องทั้งสองชนิด มีหลักการทำงานใกล้เคียงกันต่างกันเพียงช่องมองภาพ เพราะงั้น ไฟล์ภาพเหมือนกันครับ แต่จะต่างกันตามเอกลักษณ์ของแต่ละยี้ห้อเช่น Cannon ถ่ายคนสวย Nikon ถ่ายวิวสวย อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุุคคลครับ สำหรับคนที่จะซื้อ Mirrorless ก็ไม่ต้องกลัว ไฟล์ภาพใกล้เคียงกันครับ

ดีไซน์กล้อง

อันนี้แตกต่างกันชัดเจนเลยครับ ฮาๆ Mirrorless มีดีไซน์ที่แตกต่างที่สวยกว่า(ความคิดเห็นส่วนบุคคล) โดยเฉพาะ Fujiflim ที่ให้หน้าตากล้องแบบสมัยเก่าๆ แต่ฟีเจอร์ข้างในอัดแน่นมาเต็มๆ ข้อดีอีกหนึ่งข้อก็คือ ใช้ Mirrorless แล้วมีคนทักมีคนมอง หรือเป็นมิตรมากกว่านั่นเอง เช่น ไม่ว่าไปถ่ายที่ไหนกล้อง Mirrorless ให้อารมณ์ถ่ายเล่นๆมากกว่า DSLR ที่ออกแนวดูทางการมากกว่า

ผมคิดว่าแค่นี้น่าจะสรุปกันได้ครับว่าต้องการอะไรกัน

http://mf-edge.com/2015/03/dslr-vs-mirrorless/