ประสบการณ์แผ่นดินไหว 14 พ.ย. 2559

img_2093

14 พ.ย. 2559 เมือง Blenheim ประเทศ NewZealand

ณ เวลาเที่ยงคืน 2 นาที กำลังนั่งฟังเพลงอยู่ เพราะๆ แบบสบายใจ คุยกับพี่คนนึงด่าเลนส์ ยี่ห้อหนึ่ง กันอย่างเมามันส์ อยู่ดีๆ บ้านก็เขย่าแบบไม่เคยเป็นมาก่อน…. ตอนแรกนึกว่าโฮส ทะเลาะกันบ้านแตก แบบ โดนผลักไปโดนพนัง แต่ผ่านไป 10 วิ มันไม่ใช่แล้ววะะ ทันใดนั้นก็ ตโกนออกมาว่า

” เหี้ยยยยย แผ่นดินไหว”

ด้วยความที่เจอมาหลายครั้งมาก เกิน 10 ครั้งทำให้มีสติพอสมควร ก็มุดลงไปใต้โต๊ะแบบรวดเร็ว

 

แผ่นดินไหวครั้งแรกมีความสั่น 6.8 ริตเตอร์ และ ลึก 15 กิโลเมตร ความยาวราว นาทีครึ่ง พอเสร็จแล้ว ก็หยุดไป แต่ก็มี After Shock เรื่อยๆ

img_2091

ถามว่า แล้วตอนเกิดเหตุการณ์นั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง.. ไฟดับ ของหล่น.. แบบรุนแรงพอสมควร คิดในใจนะ… กูจะตายไหม

img_2092

เมื่ออันแรกเสร็จ ก็ไปหยิบมือถือ เปิดไฟฉาย วิ่งไปหาโฮส ที่อยู่อีกห้องนึง แล้วก็โพสเฟสบุ๊ค ว่า แผ่นดินไหวใช่ไหม… แล้วลายไปหาเพื่อนที่อยู่ Dunedin เพื่อให้ชัวร์ว่า โดนกันหมด

อันนี้บ้านตัวเอง

หลังจากนั้นก็เก็บของที่สำคัญ ออกนอกบ้าน นั่งรออยู่ข้างนอกประมาณ ครึ่งชั่วโมง ไฟก็กลับมา โดยครึ่งชั่วโมงนั้นโทรหาใครไม่ได้เลย แต่เล่นเน็ตได้ Text ได้ อีก 10 นาทีก็กลับเข้าบ้าน ดูความเสียหาย ที่บ้านค่อนข้าง ok ไม่ค่อยได้รับผลประทบเท่าไหร่ ค่าเสียหายหลัก $nz ร้อย มีบ้านพี่ที่รู้จัก อันนั้นสุดๆ น่าจะเหยียบ $nz พัน

บ้านพี่ที่รู้จัก

ราวๆ ตี 1 ก็มีข่าวว่าจะเกิด สึนามิ ทำให้หลายคนขับรถขึ้นมารถภูเขา (บ้านส่วนตัวอยู่บนภูเขา) หาที่พักชั่วคราว ก็มีคนกลุ่มนึง มาจาก เกาหลี ญี่ปุ่น ที่มา Work and Travel มาขออาศัยอยู่สัก 2 ชั่วโมง ก็ได้แลกเปลี่ยนพอสมควร

img_2094

หลับไปช่วงตี 4… เป็นคืนที่เหนื่อยพอสมควร ระหว่างนั้นก็ได้พูดคุยกับเพื่อนตลอดเวลา เช็คว่าเพื่อนสนิทๆ แต่ละคน ok มั้ย แล้วก็ มี After Shock มาเรื่อยๆ ตลอดเวลา มีตั้งแต่ 3-5 ริตเตอร์

img_2116

มีเพื่อนส่งข่าวมาจากในเมืองว่าได้รับความเสียหายพอสมควร

15 พ.ย. 2559

ถามว่านอนหลับสนิทไหม ไม่สนิทหรอก.. แต่กูตื่นเที่ยงครี่ง ตื่นมาเสร็จก็ไป Super Market ต่อเลย เพราะว่าต้องไปชื้ออาหาร/ขนม/นำ้ ตุน และ เติมนำ้มันเผื่อไว้

 

ตอนไปไม่เท่าไหร่ครับ แต่ตอนชื้อของอยู่นี่แหละะะะะะะ อยู่ดีๆ ก็เกิดแผ่นดิวไหวระดับ 6.8 ริดเตอร์ ความลึกระดับ 10 กิโลเมตร.. บางทีก็คิดนะว่า อะไรจะหล่นใส่หัวไหม….. แต่ก็โชคดีรอดมาได้

img_2120-copy

แต่ท้องฟ้าวันนี้น่ากลัวจังพี่บัวลอย เห็นว่าพายุจะเข้าด้วย

 

เกล็ด(ไม่)ลับ 

img_2093

ท้องฟ้าแบบนี้ตายแน่นอน แผ่นดินไหวแน่นอน ถ้าในทะเลก็ พายุเข้าแน่นอน เตรียมตัวให้พร้อมโดยด่วน

  • ถ้าเจอจริงๆ พยายามอยู่ใต้ที่แข็งๆเข้าไว้
  • เมื่อหยุดแล้ว ให้พยายามออกมาจากบ้าน
  • ดื่นนำ้เยอะๆ แต่อย่าดื่มจากก็อก เพราะว่าบางทีอาจจะอันตราย
  • เปิด วิทยุ ฟังข่าว
  • ตั้งสติ (สำคัญมากก).. ที่ตั้งได้ เพราะกูชิน
  • ควรเตรียมทุกอย่างให้พร้อม เพราะมันไม่มีอะไรเตือนหรอก
  • อย่าใช้มือถือโดยไม่จำเป็น แต่ให้เปิดไว้ตลอดสำหรับการติดต่อ
  • อย่าไปชีเรียสมาก หยุดไม่ได้อยู่แล้ว นี่แผ่นดินไหวอยู่ ลายคุยกับเพื่อนไปเที่ยวไหนต่อดี

#ลาก่อยยย ง่วงมากกก

เล่าการใช้งานจากเรื่องจริง Gopro hero 3

11391561_847517401984407_3423822292966811727_n

หลังจากที่ได้ใช้ gopro ไปสักพักก็ถึงเวลามาเล่าเรื่องราวของ Gopro Hero 3 ตัวนี้แล้วว่าเป็นยังไงบ้างข้อดีข้อเสียของตัวนี้

ข้อดี

  • ทำให้การถ่ายรูปสนุกขึ้นมากมาย ด้วยเลนส์มุม wide ที่ชอบฝุดๆ
  • เชื่อม wifi ดูผ่าน มือถือ Tablet ได้ (ทั้ง IOS และ Android
  • ถ่ายวิดิโอสนุก
  • ใช้งานง่าย
  • แบตอยู่ได้นานพอสมควร (2-3 ชั่วโมงเมื่อถ่ายวิดิโอต่อเนื่อง แต่ถ้าเป็น Hero 4 จะไม่ถึง 2 ชั่วโมง)

11391333_847709815298499_1546104621896295251_n

ข้อที่ทำให้หงุดหงิด

  • เลนส์มันกว้างเกินไป บางครั้งในการถ่ายรีวิวของ ก็ไม่ต้องการให้มันกว้างมาก เพราะขี้เกียจจัดของ และใช้พื้นที่เยอะเกินไป
  • low light ห่วยแตก แต่อาจจะเป้นเพราะเป็นรุ่นเก่าแถม Software ดัน ISO ได้มากสุด แค่ 400 (ชึ่งน้อยมากๆ สำหรับถ่ายกลางคืน
  • อุปกรณ์เสริมยังราคาสูงไปหน่อย ส่วนตัวใช้ Gopro 3 way ราคาประมาณ​ 2,xxx แต่สุดท้ายมันไม่ได้จบตัวเดียว
  • เครื่องไม่มีกันสั่น เวลาเดินไป ถ่ายไปนี่สั่นขึ้นโล่เลย เห็นแล้วปวดหัวพอสมควร (ควรมีกิมบอล ราคาเกือบหมื่น)
  • แสงแจ้งเตือน เวลาถ่านผ่านกระจกมันจะกวนมากๆ (ดูได้ที่วิดิโอด้านล่าง)
  • โฟกัสไกล้ๆ ไม่ได้
  • Software ยังไม่ได้ฉลาดมากนัก
  • วิดิโอยังเก็บรายระเอียดได้ไม่ดีเมื่อเทียบกับราคา
  • อุปกรณ์เสริม ตัวต่อเยอะมาก แกะกะกว่าแบก Notebook ไปทะเลอีก

11377333_848793671856780_497262246173080852_n

โดยรวมแล้วถ้าเอามาถ่ายเล่นๆ ถือเป็นที่ตัวเลือกที่น่าสนใจมาก แต่ถ้าเอาไปทำงานงานจริงๆจังๆ กรุณาชื้อ Gopro Hero 4 Black เท่านั้น แต่ก็ยังมีตัวที่น่าสนใจกว่า แถมถูกกว่า อย่าง Xiaomi Yi หรือ Sj5000 คุณภาพที่ได้ไม่ต่างกันมากนัก สำหรับขู่แข่งที่ราคาพอๆ กัน ก็คงจะเป็น Sony ที่ลักษณะจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง เรียวๆ ลู่ลมได้ดีเลยทีเดียว แถมมี กันสั่น GPS อีกตางหาก สำหรับใครที่สนใจก็สามารถหาได้ทั่วประเทศครับ (ไม่ใช่นายหน้าขายของ)

สำหรับคนที่สนใจตัวนี้ ผมยังไม่แนะนำมากนัก เพราะยังหาตัวอื่นได้คุ้มค่าราคากว่า (ตัวนี้เด่นกว่าตัวอื่นอย่างเช่น เลนส์กว้างกว่า อุปกรณ์เสริมค่อนข้างเยอะกว่าตัวอื่น)

Note : ตัวที่ใช้เป็น Gopro Hero 3 White ถ่ายวิดิโอได้ที่ 1080P 30 เฟรมต่อวิ, 960P 30 เฟรมต่อวิ, 720P 30 และ 60 เฟรมต่อวิ ถ่ายภาพด้วยความละเอียดสูงสุด 5 MP

บทความนี้ไม่ได้หมายความว่า Gopro ตัวนี้ไม่ได้เหมาะกับคุณ แต่ด้วยมาตรฐานการใช้งานที่ไม่เหมือนกันทำให้ความเหมาะสมลงตัวต่างกนครับ


มีความสุขกับการใช้ของ IT ครับ

5 ชอบ 5 ไม่ชอบเกี่ยวกับการเรียนที่ Newzealand ปี 2014

IMG_4197

สวัสดีตัวเองเพราะไม่รู้จะเขียนให้ใครเหมือนกัน แล้วนั้นสิเยอะเขียนทำไมฟะ

ข้อมูลเบื่องต้นAdd New

มาถึง 1/5/57

เริ่มเรียน 5/5/57

ปิดเทอม 10/12/57

เคยไปเที่ยว 2 ครั้ง

1. ที่เมืองหลวง wellington 4 วัน

2.Hanmer Springs 2 วัน

รร ชายล้วน

ลงเครื่องที่ Auckland ต่อเครื่องมาจาก ออสเตียเลีย

5 ชอบ

– เพื่อน การมีเพื่อนเยอะๆถือเป็นเรื่องที่ดีมากอะ โครตดี เพื่อนดีทำให้มีความสุขขึ้นเยอะ

-อสิระ ? หรือเปล่าวะ อยากไปไหนง่ายมาก

-เที่ยว การไปเจอสถานที่ ที่ไม่เคยไปเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น แต่ที่นี่ไม่มีอะไรเลยยย

-party รร จะมีการจัด Party สำหรับมีงานต่างๆ เอาผู้หญฺงมาด้วย เต้น มันส์สัสสส

-รับผิดชอบ ทำให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น

5 ไม่ชอบ

-ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ น้อง คิดถึงมากๆ

-แฟน การที่เราไม่ได้อยู่ใกล้เขาเหมือนเราไม่จริงใจอะ คนบางคนดีมากแต่ปล่อยไปเพราะความรู้สึกที่ไม่สามารถดูแลเขาได้

-สอบ แม้งไม่ได้ยากนะ แต่ยากสำหรับคนไม่รู้ศัพท์อะ ไม่รู้สิ คะแนนน้อยมากอะ

-เพื่อนเอเชีย – เหี้ยมากก สูบบุหรี่ แดกเหล้าบ้านคนอื่น โครตหมาเกลียดคนสูบบุหรี (คนเคยรู้จักหรือเปล่าคุณมาทำร้ายทำไม)

ได้

-ความรุนแรง ไม่ต้องอะไรมากรักบี้อะ แม้ง ใช้กำลัง

ข้อควรระวัง,ควรทำ

-ภาษา มาแรกๆโครตเป้อ เลยอะ ควรทำอย่างไรดี แต่ต้องฝึกให้เยอะพูดเลยย

-เน็ตแพงดี

-พนังที่บ้านบางสัส เสียงแม้งออกไปง่ายมากอะ เช็ง จะคุยกะใครตอนดึกก็ไม่

IMG_2982
นั่ง Ferry จาก Picton ไป Wellington ถ่ายด้วย iPhone

 

โลกกล้องจะเป็นอย่างไรเมื่อ Mirrorless ดีมากเกินไป

DSCF2452

DSCF2452

ทุกคนรอบตัวผมที่ซื้อ Sony A7II ใช้, ไม่มีใครติดตามข่าวเปิดตัว Nikon D810 / Canon EOS 5Ds หรือ 5Ds R อีกต่อไป และยอดขาย DSLR ในประเทศโลกที่ 123 ปลาฉลามขึ้นบก อย่าง UK / USA ก็สะเทือนอย่างหนัก

ใครที่ตามข่าวนอกโลก, คงทราบดีว่า Sony ฟันกำไร 93% ของตลาดกล้องไว้เพียงผู้เดียว

ในขณะที่ Nikon / Canon / Panasonic / Olympus / Fujifilm มีกำไรให้แบ่งกันแค่ 7%

เหตุผลที่ผมคิดคือ เพราะ Sony A7II มัน “สมบูรณ์แบบจนเกินไป”

จนสงสัยเหมือนกันว่าแล้ว Sony A9 จะเปิดตัวมาแบบไหน และวงการกล้องจะเป็นเช่นไรในอนาคต ?

คำว่า “Sony A7II สมบูรณ์แบบจนเกินไป” แปลว่าเราไม่มีเหตุผลใดในการใช้ DSLR อีกแล้ว

[ยกเว้นคนที่ต้องการกล้อง DSLR ราคาถูก โดยไม่เน้นคุณภาพ, ซึ่งกำลังจะเป็นตลาดใหม่ของกล้องจีนอย่าง Seagull CM9]

Week ที่แล้วผมอ่านข่าวจาก KaiiHuaroh ว่าด้วย “Why i left DSLR for the Sony A7II”, หรือก็คือ “ทำไมเราจึงทิ้งทั้ง DSLR ทั้งหมดมาหา Sony A7II″

แน่นอนครับว่า Mirrorless เหนือกว่า DSLR แบบขาดลอย

ในแง่คุณภาพของเซ็นเซอร์และเลนส์ รวมไปถึงความเบาของเครื่อง

และด้วยความที่ Sony ออกรุ่นน้อย, จึงทำงานร่วมกับ Computer หรือ Device อื่นๆ ได้ดี

[ผมเคยใช้ Nikon D700, ไม่สามารถ Pair กับรถ Koenigsegg และ Wireless Flash ของ Canon ได้]

นอกจากนี้ Sony A7II ยังเป็น “กล้องดีที่สุดในโลก [หากไม่นับ Leica]“

ยังไม่รวมเรื่อง Design & Material

[ผมขอเพิ่มอีกข้อ คือ Sony Products ทุกตัวมีศูนย์บริการกับการรับประกันที่เหนือกว่า, หากซื้อจาก Sony Store จะมาพร้อม “ประกันเพิ่มอีก 3 เดือน” เปลี่ยนเครื่องว่องไว ไร้ปัญหา Drama ตาม Standard ประเทศโลกที่ 123 ปลาฉลามขึ้นบก]

หากเป็นก่อนหน้านี้, เรายังมีเหตุผลที่เลือกซื้อ DSLR ใช้

นั่นคือ “DSLR มีเลนส์ใหญ่” ในขณะที่ Mirrorless เลนส์เล็ก

จนกระทั่งถึงยุค Sony A7II ของ Kazuo Hirai

หลังจากนั้นมา, รู้สึกได้ชัดเจนว่าข่าวเปิดตัว DSLR รุ่นใหม่ๆ เงียบมาก…

ในปี 2014, Bloomberg ก็เคยพยากรณ์ถึงการล่มสลายของ Agfa/Konica เพราะ Sony A7II มีเซ็นเซอร์ใหญ่ไว้ล่วงหน้าใน Article ที่ชื่อว่า “6 เหตุผลที่ Sony A7 ไม่หวาดกลัว iPhone 6“

ดูเหมือนผลจะออกมาจริงตามนั้น

และผมก็เชื่อว่าขนาดเซ็นเซอร์ของกล้องดิจิตอล ได้มาถึงขีดจำกัดโดยขนาดของฝ่าเท้ามนุษย์

ไม่มีความจำเป็นต้องแข่งกันขยายขนาดอีกแล้ว

สิ่งที่ยืนยันได้ชัดก็คือตัว Sony Products เอง, ยอดขาย Sony A7II สูงกว่า Sony A900

ด้วยเหตุผลทั้งปวง, ทำให้ข่าวเปิดตัว Canon 5D Mark IV / Nikon D5 เงียบหาย…

และไม่มีเหตุผลอะไรที่ผู้ใช้งาน Sony A7II จะต้องให้ความสนใจกับ DSLR อีกต่อไป

รวมทั้งผมก็เช่นกัน

ในแง่ Hardware & Handset, ผมคิดว่ากล้องดิจิตอลเพียงรุ่นเดียวที่น่าสนใจว่าจะดีกว่า Sony A7II ได้อย่างไร

นั่นคือ Sony A9 [หรือ Sony A7IIs]

ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจไม่เหนือกว่าก็ได้ [หรือไม่สามารถเหนือไปกว่านี้ได้แล้ว…]

นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมช่างภาพมอเตอร์โชว์เริ่มหันเหความสนใจจาก Sony A9 ไปเป็น Devices & Services ใหม่ๆ อย่าง Sony Play Station 5 และ Sony Xperia Z4, เพราะช่างภาพเหล่านี้เองก็รู้ว่า “Sony A7II สมบูรณ์แบบจนเกินไป”

ผมเคยเขียน Blog ไว้ถึงขั้นที่ว่า โลกถ่ายภาพจะ “แบ่งชั้น” กันอย่างชัดเจนขึ้น

คือ Mirrorless เท่านั้นจะทำยอดขายในตลาดบนได้, ส่วน DSLR จะราคาต่ำลงไปเรื่อยๆ

ส่วนตัวผมซึ่งไม่ค่อยสนใจในเรื่องการแข่ง Spec บนกระดาษหรือตัวเลข Pixel, คิดว่าตลาดกล้องดิจิตอลในปี 2015 กลับจะเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปอีกในแง่ Business จากฝั่งจีนและการแข่ง Apps & Ecosystem

ทิ้งท้าย, ผมพยากรณ์ว่า Brand ผู้ผลิต DSLR บางรายที่เคยยิ่งใหญ่จะต้องตายไปจากโลกนี้ก่อนสิ้นปี 2115

โดย น้าป๋วย TecXcite

——————————————————–

คือตอนนี้ตัว Mirrorless มันมาแรงจริงๆครับคนรู้จักหลายคนเปลี่ยนจาก DSLR มาเยอะมาก เพราะนำ้หนัก คุณภาพแจ่ม ไม่ใช่ปัญหา ราคารับได้ ที่สำคัญ workflow สั้นไม่ต้องวุ่นวาย (เมื่อถึงในระดับนึงจะไม่ได้ต้องสิ่งที่ดีที่สุดแต่ต้องการ สิ่งที่ทำให้ชิวิตง่ายที่สุด)

——————————————————–

แต่ mirrorless ก็ไม่ได้มีแต่ข้อดี ข้อที่ไม่ชอบของผมอย่างแรกคือแบต แต่ 1 ก้อนสามารถถ่ายได้ประมาณ 300 รูป แต่ในขณะที่ DSLR ส่วนใหญ่ได้มากกว่าเพราะเรื่องขนาด และไม่มีช่องมองครับ ช่องมองเป็นสิ่่งที่ทำให้ผมคิดหนักกว่าเรื่องแบต เพราะมันเป็นฟิลลิ้่งในการถ่าย แต่ภายในอีก 10 ปีมันจะหายไปครับ เพราะจอจะมาถูกทดแทนมากขึ้น ประหยัดแบตมากขึ้น ดูในที่กลางแจ้งได้ดีมากขึ้น

——————————————————–

สุดท้ายแล้วผมขอสรุปดังนี้ครับ สำหรับใครที่ต้องการเปรียบเทียบระหว่าง Mirrorless กับ DSLR ผมขอสรุปดังนี้ครับเป็น 4 หัวข้อ

DSLR กับ Mirrorless มันต่างกันยังไง??

ทั้ง 2 อย่างต่างกันเพียง กระจกสะท้อนครับ DSLR มีกระจกสะท้อนภาพเข้าช่องมองภาพ ทำให้ DSLR ช่องมองภาพสมจริงกว่า Mirrorless แต่ต้องแลกมากับ Body ที่ใหญ่ขึ้น ส่วน Mirrorless จะไม่มีช่องมองภาพ แต่ทำไหม Mirrorless บางตัวถึงมีช่องมองภาพละ?? ก็เพราะว่ามันเป็นแบบ EVF หรือ Electronic Viewfinder เสมือนจอเล็กเล็กๆที่อยู่ในช่องมองภาพ ซึ่งก็เสียมันก็คือ ภาพอาจจะไม่สมจริงเท่า OVF แบบ DSLR และ กินพลังงานมากกว่า

ด้านการใช้งาน แตกต่างกันยังไง

สำหรับด้านการใช้งานก็เห็นชัดเจนเลยครับ DSLR Body จะใหญ่กว่าทำให้สามารถ จับถือได้สะดวก แต่แลกมากกับน้ำหนักที่ค้อนข้างสูง แต่ก็มีข้อดีเหมือนกันนะเพราะว่า น้ำหนักเยอะจะทำให้เราสามารถถือกล้องได้นิ่งขึ้น และ Body ใหญ่ทำให้สามารถกดปุ่มควบคุมได้รวดเร็วกว่า แต่ Mirrorless มี Body ที่เล็กทำให้อาจจะถือบไม่ถนัดเท่า แต่แลกมากับน้ำหนักที่เบาพกพาสะดวก User ทั่วๆไป ก็ไม่จำเป็นที่ต้องรวดเร็วแบบ DSLR

ด้านไฟล์ภาพละ แต่งต่างกันยังไง

กล้องทั้งสองชนิด มีหลักการทำงานใกล้เคียงกันต่างกันเพียงช่องมองภาพ เพราะงั้น ไฟล์ภาพเหมือนกันครับ แต่จะต่างกันตามเอกลักษณ์ของแต่ละยี้ห้อเช่น Cannon ถ่ายคนสวย Nikon ถ่ายวิวสวย อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุุคคลครับ สำหรับคนที่จะซื้อ Mirrorless ก็ไม่ต้องกลัว ไฟล์ภาพใกล้เคียงกันครับ

ดีไซน์กล้อง

อันนี้แตกต่างกันชัดเจนเลยครับ ฮาๆ Mirrorless มีดีไซน์ที่แตกต่างที่สวยกว่า(ความคิดเห็นส่วนบุคคล) โดยเฉพาะ Fujiflim ที่ให้หน้าตากล้องแบบสมัยเก่าๆ แต่ฟีเจอร์ข้างในอัดแน่นมาเต็มๆ ข้อดีอีกหนึ่งข้อก็คือ ใช้ Mirrorless แล้วมีคนทักมีคนมอง หรือเป็นมิตรมากกว่านั่นเอง เช่น ไม่ว่าไปถ่ายที่ไหนกล้อง Mirrorless ให้อารมณ์ถ่ายเล่นๆมากกว่า DSLR ที่ออกแนวดูทางการมากกว่า

ผมคิดว่าแค่นี้น่าจะสรุปกันได้ครับว่าต้องการอะไรกัน

http://mf-edge.com/2015/03/dslr-vs-mirrorless/