เขียนลายเช็นบน Mac ด้วยแอพ Preview

เมื่อชื้อ Mac มาแล้วก็ควรใช้งานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้ทางทีมงานได้นำเคล็ดลับการ เช็นลายเช็น บน Mac ที่มี TouchPad จะเป็นอย่างไรมาดูกันครับ

START

Screen Shot 2558-08-15 at 12.01.45

 

เลือกรูปที่เราต้องการเช็น Screen Shot 2558-08-15 at 12.02.30 Screen Shot 2558-08-15 at 12.03.01

เข้าไปที่ Tools>Annotate>Signature> Manage Signature หรือกดไปที่เครื่องมือ และ เส้น วนๆไปมา ตามรูปที่ 2 จะขึ้นที่เราเคยสร้าง หรือ กดเพิ่มอันใหม่ที่ Create Signature

Screen Shot 2558-08-15 at 12.03.11กดคำว่า Click Here to Begin

Screen Shot 2558-08-15 at 12.03.48

การใช้ Macbook หรือ MultiTouch TrackPad รุ่นเก่าๆ จะสามารถใช้งานได้เพียงระดับเดียว แต่ถ้าใช้ Force Touch TrackPad จะสามารถกำหนดความเข้มของเส้นตามที่เราต้องการ ด้วยการกด เบา และ หนัก

เมื่อเสร็จแล้วให้กด Enter (ผ่านคีย์บอร์ด) และ Done (ด้วย TrackPad) เพื่อที่จะคอมเฟริมเมื่อทำเสร็จแล้ว หากไม่พอใจให้เมื่อกด Clear แทน Done เพื่อที่จะเริ่มใหม่

Screen Shot 2558-08-15 at 12.04.09Screen Shot 2558-08-15 at 12.04.16

ตัวลายเช็นนั้นสามารถ ขยายได้ตามต้องการ รวมถึงเลื่อนได้อีกด้วย

ใครที่ยังทำไม่เป็นสามารถดูได้ที่ Youtube ด้านล่าง

Continue reading เขียนลายเช็นบน Mac ด้วยแอพ Preview

Advertisements

วิธีลบ Preset Watermarking บน Lightroom

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาสอนวิธี ลบ Preset watermarking หรือเรียกง่ายๆว่า พวกใส่ตัวอักษร Logo นั้นเองครับ เป็นอย่างไรไปดูกัน

ขั้นตอนแรก เข้าไปที่ โปรแกม Lightroom กด คำว่า Lightroom ด้านบน (ตามรูปด้านบน) แล้วกดคำว่า edit watermarking 

Screen Shot 2558-07-08 at 23.04.51กดไปที่ด้านบนของ Menu คำว่า Custom แล้วเลือก ชื่อที่เราต้องการลบออก

Screen Shot 2558-07-08 at 23.05.51

กด Delete Preset XXX

Screen Shot 2558-07-08 at 23.06.02 แล้วกด Delete อีกครั้ง

เพียงเท่านี้ คุณ ก็สามารถลบ Preset watermarking ได้แล้วครับ

เพิ่มเติม –

เปรียบเทียบ Adobe Lightroom cc และ 6 พร้อมอธิบาย CC คืออะไร

สอนวิธีทำให้หน้าเนียนบน Lightrome 5,6,CC

ผู้ใช้งง! เฟสบุ๊คบอกไม่คิดค่าบริการข้อมูล และ ระบบจะคิดค่าบริการตามปกติ สำหรับผู้ใช้ Dtac

Screen Shot 2558-07-08 at 18.14.09

มีผู้ใช้งาน Dtac บน สมาร์ทโฟน ออกมาสงสัยค่าทำไมอยู่ดีๆ มีเขียนขึ้นมาด้านบน ว่า ไม่มีค่าบริการข้อมูล และ เมื่อเปิด ลิงค์ออกไปนอก เฟสบุ๊ค ว่า ระบบจะคิดค่าบริการตามปกติหรือตามแพ็กเกจปัจจุบันของคุณ มาดูคลายข้อสงสัยกันครับ ว่าทำไมเป็นแบบนี้

ทาง Dtac นั้นได้เป็นพันธมิตรกับทาง เฟสบุ๊ค โดยทั้ง 2 บริษัทนั้นได้ทำข้อตกลงให้ เล่นเฟสบุ๊ค ฟรี จึงขึ้นคำว่าไม่มีค่าบริการข้อมูล และ เมื่อกดลิงค์ ออกไปยังที่อื่น ทาง เฟสบุ๊ค ก็จะเตือนว่า คุณต้องเสียค่าบริการตามแพ็กเกจหลังที่คุณสมัครไว้ครับ

สรุปแล้ว ผู้ใช้งานไม่ต้องเสียกังวลว่าจะเสียตังเพิ่มครับ เป็นเพียงบริการดีๆ ให้ผู้ใช้งานได้เล่น เฟสบุ๊คฟรีครับ

“Wrong way Apple” When Apple Watch show time

ควรอ่านจากที่ก่อนเริ่มต้นก่อน
สำรวจราคา Apple Watch พร้อมเจาะลึกรายละเอียดแต่ละรุ่น http://mf-edge.com/2015/06/allprice-apple-watch-information/

คำเตือน บทความนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ไม่มีอะไรผสมเลย อย่างแรกขอเป็นในส่วน Apple Watch ก่อนมาถึงส่วนของบริษัทนะครับ

ส่วนตัวได้อ่านรายละเอียด รีวิว พอสมควรทั้ง ของคนไทย และ ฝรั่ง เท่าที่ผมได้จับใจความหลักๆมาได้คือ ช้า แต่ ใช้งานยาก เวลาเรียนรู้นาน ไม่เหมาะกับเป็น Apple อย่างยิ่ง ไม่เหมือนสิ้นค้า Apple อื่นๆ , Apple device เครื่องแรกที่ผมใช้คือ iPod ถามว่ายากไหม ยากนะ ตอนนั้น แต่ส่วนตัวคิดว่า คงใช้เวลาไม่ต่างกันในการเรียนรู้มัน

หลายคนบอก Apple Watch ราคาแพง ก็ยอมรับว่าเป็นสินค้าที่ Apple ตั้งมาราคาสูงพอสมควรเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้เหมือน iPhone 6 Plus แต่ตลาดคนทำงานแล้วชื้อนาฬิกา เรือนละหมื่น-สามหมื่นก็ยังพอมีให้ได้… แต่คุณต้องชื้อนาฬิกา ทุก 2 ปีนะ อย่างลืม แล้วมันเก็บสะสมไม่ได้ คุณจะยอมจ่ายไหมละ? ถามใจตัวเอง

ผมเชื่อว่า รุ่นที่ขายดีเลย จะมีอยู่ประมาณ
3-4 รุ่น คือ Sport สีฟ้า และ สีดำ (รุ่นเงินผ่อน) และ รุ่นธรรมดาสายหนัง (รุ่นเงินสด) ตามที่ได้ report มาคนส่วนใหญ่ก็ยังชื้อรุ่น Sport อยู่ดีเพราะราคา ถูกและคนอยากชื้อมาลองก่อน ผมก็เชื่อว่า Apple Watch Edition จะขายในไทยไม่ตำ่กว่า 10 เครื่องอย่างแน่นอน แต่ผมก็ยังไม่เชื่อว่าจะเกิน 100 เครื่อง

ยอดประเมินจากผม Apple Watch จะอยู่ในหลัก หมื่นเครื่อง ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี แต่ 1. ยังมีของที่จำเป็นกว่าที่จะต้องชื้อ 2.ตลาด Smart Watch เมืองไทยยังไม่บูม 3. รถคันแรก.. ก็ไอที่เป็นหนี้เหละครับ แล้วกลุ่มเป้าหมายของ Apple Watch ก็อยู่ที่คนอายุไม่มาก ประมาณคนที่อยากได้รถแล้วชื้อรถเมื่อปีก่อนๆ แหละครับ

Apple Watch เป็นสิ่งที่ มีหลาย Model มากไป ถึง 38 รุ่นย่อย สิ่งจริงๆ Apple ควรมีประมาณ 10 รุ่นย่อย แล้วไปขายสายเพิ่มทีหลังแทนมากกว่า ด้วยคนงง ว่าจะชื้ออันไหนดี (ถึงแม้จะเปลี่ยนได้ก็เถอะ) แต่จริงไปมากกว่านั้น Apple ทำตัวเรือนแค่ 6 ตัวเรือนได้แก่ ตัว Sport สีเงิน, เทา ตัวธรรมดา สีเงิน, เทา ตัว edition Yellow Gold กับ Rose Gold เพียงเท่านั้น ที่เหลือสลับสายไปมา ทำให้ดูรุ่นเยอะ

สายก็เรื่องใหญ่อีกเรื่องครับด้วย ราคาแพงโหดมาก เริ่มตั้งแต่ สาย Sport ตัวละ 2,000 ทั้งที่ๆต้นทุนอย่างเก่งไม่เกิน 200 บาท แม้แต่ สาย เหล็กเส้นละ 17,000 ทั้งๆ ที่ผมเดินไป casio Shop ชื้อ Casio รุ่น Top ฟังชั้นครบ (ที่ไม่นับว่าเป็น Smart Watch )สวยกว่า หนักกว่า น่าหลงไหลกว่า ในราคาแทบไม่ต่างกันเท่าไหร่

อย่างที่บอกอะครับ มีรุ่นย่อย ถึง 38 รุ่นย่อย พร้อมอุปกรณ์เสริมอีกจำนวนหนึ่ง ใช้เวลาร่วมๆ 3 ชั่วโมง ชึ่งไม่ต่างจากผมทำบทความรวบรวมเครื่อง Mac ทั้งหมด เลย…

“Apple กำลังเดินมาผิดทาง”

ใช่ครับ Apple กำลังเดินผิดทาง ทั้งๆ ที่ความจริงๆ มันควรมีรุ่นให้น้อยที่สุด ด้วยเหตุผล ต่างๆ อย่างเช่น ความ งง ของผู้ชื้อ การจัดการสต็อก และอื่นๆ อีกมากมาย

ผมคงเชื่อว่า ตอนนี้ Product Apple มันละลายตาเหลือเกิน มาตั้งแต่ New Macbook จนมีคำถามมาหาผมมากมายว่า ควร Mac ตัวไหนดี แถม Macbook มันช้ากว่า Macbook Air ด้วยทั้งที่มันช้ากว่าพอสมควร เป็นคำถามที่ไม่มีทางจบสิ้น และ ผมคงต้องตอบคำถามนี้ไปอีกนานเลยแหละ

ความละลานตามาถึง Apple watch (โปรดกลับไปอ่าน 6 ย่อหน้าก่อนหน้านี้) จะพบว่ามันไม่จำเป็นเลยที่จะต้องทำ

ด้วยเหตุผล ทางเศรษฐศาสตร์ คนก็ไม่อยากชื้อเยอะ อีกอยู่ดี แต่เรื่องนี้ก็ต้องมองกันยาวๆครับ ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไหร่ จะเหมือน iPad ที่นับวัน ยิ่ง ขายไม่ออก เพราะสุดท้ายเอามาใช้แค่ เช็ค เมล เปิดเฟส ดูชี้รี้ย์ iPad 2 ก็ยังใช้ได้ และ ภาวนาว่า Apple Watch คงไม่ผลิต iPad Pro มาขายหรอกนะ

สุดท้ายก็คิดว่า ปลายปีนี่ Apple ก็เดาว่าออกอะไรบ้าง ก็คงมีอย่าง iPad Air 3, iPad mini 4, iPhone 6s , iMac 21.5 ตัวใหม่จอ retina

ปลายปี ผมขอให้ Apple ยัด iPhone ram มา 2 GB กล้องเทพๆ สู่ LG G4 ได้ที่เหลือผมก็ยังไม่ได้อยากขออะไรแล้ว สำหรับ iPhone 6s แต่ที่ผมลุ้นกว่านั้นคือ iMac 21.5 นิ้ว 4k ขอให้มาจริงๆ เถอะ
.

.

.

.

.

แล้วจะรอนะ……….

 

 

 

เล่าการใช้งานจากเรื่องจริง Gopro hero 3

หลังจากที่ได้ใช้ gopro ไปสักพักก็ถึงเวลามาเล่าเรื่องราวของ Gopro Hero 3 ตัวนี้แล้วว่าเป็นยังไงบ้างข้อดีข้อเสียของตัวนี้

ข้อดี

  • ทำให้การถ่ายรูปสนุกขึ้นมากมาย ด้วยเลนส์มุม wide ที่ชอบฝุดๆ
  • เชื่อม wifi ดูผ่าน มือถือ Tablet ได้ (ทั้ง IOS และ Android
  • ถ่ายวิดิโอสนุก
  • ใช้งานง่าย
  • แบตอยู่ได้นานพอสมควร (2-3 ชั่วโมงเมื่อถ่ายวิดิโอต่อเนื่อง แต่ถ้าเป็น Hero 4 จะไม่ถึง 2 ชั่วโมง)

11391333_847709815298499_1546104621896295251_n

ข้อที่ทำให้หงุดหงิด

  • เลนส์มันกว้างเกินไป บางครั้งในการถ่ายรีวิวของ ก็ไม่ต้องการให้มันกว้างมาก เพราะขี้เกียจจัดของ และใช้พื้นที่เยอะเกินไป
  • low light ห่วยแตก แต่อาจจะเป้นเพราะเป็นรุ่นเก่าแถม Software ดัน ISO ได้มากสุด แค่ 400 (ชึ่งน้อยมากๆ สำหรับถ่ายกลางคืน
  • อุปกรณ์เสริมยังราคาสูงไปหน่อย ส่วนตัวใช้ Gopro 3 way ราคาประมาณ​ 2,xxx แต่สุดท้ายมันไม่ได้จบตัวเดียว
  • เครื่องไม่มีกันสั่น เวลาเดินไป ถ่ายไปนี่สั่นขึ้นโล่เลย เห็นแล้วปวดหัวพอสมควร (ควรมีกิมบอล ราคาเกือบหมื่น)
  • แสงแจ้งเตือน เวลาถ่านผ่านกระจกมันจะกวนมากๆ (ดูได้ที่วิดิโอด้านล่าง)
  • โฟกัสไกล้ๆ ไม่ได้
  • Software ยังไม่ได้ฉลาดมากนัก
  • วิดิโอยังเก็บรายระเอียดได้ไม่ดีเมื่อเทียบกับราคา
  • อุปกรณ์เสริม ตัวต่อเยอะมาก แกะกะกว่าแบก Notebook ไปทะเลอีก

11377333_848793671856780_497262246173080852_n

โดยรวมแล้วถ้าเอามาถ่ายเล่นๆ ถือเป็นที่ตัวเลือกที่น่าสนใจมาก แต่ถ้าเอาไปทำงานงานจริงๆจังๆ กรุณาชื้อ Gopro Hero 4 Black เท่านั้น แต่ก็ยังมีตัวที่น่าสนใจกว่า แถมถูกกว่า อย่าง Xiaomi Yi หรือ Sj5000 คุณภาพที่ได้ไม่ต่างกันมากนัก สำหรับขู่แข่งที่ราคาพอๆ กัน ก็คงจะเป็น Sony ที่ลักษณะจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง เรียวๆ ลู่ลมได้ดีเลยทีเดียว แถมมี กันสั่น GPS อีกตางหาก สำหรับใครที่สนใจก็สามารถหาได้ทั่วประเทศครับ (ไม่ใช่นายหน้าขายของ)

สำหรับคนที่สนใจตัวนี้ ผมยังไม่แนะนำมากนัก เพราะยังหาตัวอื่นได้คุ้มค่าราคากว่า (ตัวนี้เด่นกว่าตัวอื่นอย่างเช่น เลนส์กว้างกว่า อุปกรณ์เสริมค่อนข้างเยอะกว่าตัวอื่น)

Note : ตัวที่ใช้เป็น Gopro Hero 3 White ถ่ายวิดิโอได้ที่ 1080P 30 เฟรมต่อวิ, 960P 30 เฟรมต่อวิ, 720P 30 และ 60 เฟรมต่อวิ ถ่ายภาพด้วยความละเอียดสูงสุด 5 MP

บทความนี้ไม่ได้หมายความว่า Gopro ตัวนี้ไม่ได้เหมาะกับคุณ แต่ด้วยมาตรฐานการใช้งานที่ไม่เหมือนกันทำให้ความเหมาะสมลงตัวต่างกนครับ


มีความสุขกับการใช้ของ IT ครับ

Chromebook ความหวังใหม่ของวงการคอมพิวเตอร์จริงหรือ?

ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงติดตาม เจ้าตัว Chromebook อยู่เหมือนกันผม, ผมเห็นหลายๆคนที่สนใจเจ้าตัว Chromebook อยู่เลยจะมีลองพูดให้ฟังเกี่ยวกับตัวนี้

ทำไมต้อง Chromebook ?

คำถามแรกเลย ทำไมเราต้องชื้อ Chromebook ทั้งๆที่มันใช้ได้ Google chrome อะ ลงโปรแกมอะไรก็ไม่ได้ หน่วยความจำก็ให้มาน้อยมาก แต่สิ่งที่ผมทำให้ผมหันมองคือ ความเร็วของ Google Chrome ที่ไม่เคยเร็วขนาดนี้มาก่อนสำหรับ 1 ปีที่ผ่านมา (ในการ เร็นเดอร์ ภาพ วิดิโอ และ บทความ) ในขณะที่สเปคไม่ได้สูงมากมาย

ชิวิตส่วนใหญ่ก็อยู่กับ Google นิลองคิดดีๆ 

การใช้งานส่วนใหญ่สำหรับคนสาย it ก็ประมาณนี้ครับ

  • เอกสาร – Google docs
  • เก็บไฟล์ – Google drive
  • เมล – Gmail
  • โทรศัพท์ – Android
  • ตารางนัดหมาย – Google calendar)
  • ดูวิดิโอ – Youtube
  • Video call – Google hangout
  • แผนที่ – Google maps
  • เรียนหนังสือ – Google classroom (สำหรับนักเรียน)
  • แต่งรูป – Polarr ดูรีวิวได้ที่ https://rabbitsmobile.wordpress.com/2015/05/21/review-polarr-photo-editor/
  • ตัดต่อวิดิโอ – สามารถตัดต่อใน Youtube ได้

Chromebook ไม่ใช่คอมเครื่องแรก

Chromebook ยังไม่ได้เก่งขนาดเอามาเป็นคอมเครื่องหลักครับ แต่เหมาะสำหรับเอาไปชิวๆ ข้างนอกมากกว่า แล้วก็ต้องการทำงานบน Google Chrome แบบเร็วๆ มากกว่า

เทียบแล้ว Windows ก็ยังคุ้มค่าอยู่มากกว่าเล็กๆ นะ

สำหรับผม Chromebook ยังไม่ได้ถูกจนผมจะลืม Windows ยิ่ง Windows Tablet รุ่นใหม่ๆ ราคาถูกลงมากพอสมควรแล้ว เมื่อเทียบสเปคแล้วต่างกันไม่เกิน 2-3,000 บาท แต่การใช้งานต่างกันค่อนข้างเยอะ ทั้งหมดลงโปรแกมได้ ความจุที่มากกว่า อิสระกว่า

ใครควรชื้อใครไม่ควรชื้อ? 

ผมมองว่าจุดมุ่งหมายของ Chromebook คือนักศึกษาที่รายได้ไม่มากนัก แต่ต้องการคอมมาทำงานผ่าน Google Docs แล้วก็ยังมีส่วน ผู้ใช้องค์กร ที่อยากลงทุนกับพวก Cloud มากกว่าไปลงทุนกับระบบ

รวมรีวิวสั้นๆ Chromebook

โดยรวมแล้ว Chromebook ยังน่าใช้พอสมควรถ้าคุณใช้ google service เป็นส่วนใหญ่ และทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต แต่ถ้าคุณไม่ใช่ 2 อย่างนี้ ก็ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปมอง Chromebook เลยแม้แต่น้อยเพราะมันไม่ได้ตอบโจทย์คุณเลย คำถามสุดท้ายเลยที่คนอยากถาม มันคืออนาคตวงการ คอมพิวเตอร์หรือไม่? ผมก็ยังขอตอบว่า 50:50 เพราะแอพยังมีน้อย Hardware ยังคุณภาพไม่ได้สูงมาก (แต่ถ้าเทียบกับราคาก็คือว่าคุ้มค่า) ผมเชื่อว่าคุณคงไม่อยากนั่งตัดหนังบน Cloud บนคอมแบบนี้เหมือนผมใช่ไหมครับ ?

ปล ความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่มีอะไรเจือปน

4 ข้อควรรู้ก่อนมีเว็บไชต์ข่าวของตัวเอง

news

ผมเชื่อว่าหลายๆคนๆ อยากทำเว็บไชต์เป็นของตัวเองเพราะคิดว่าจะไม่อยาก แต่วันนี้ผมจะมีข้อคิดก่อนจะทำเว็บไชต์ข่าว

1. ความมั่นใจ (Trust You Self)  – อย่างแรกเลยครับ คือความมั่นใจว่าคุณจะทำได้ดี คุณจะไม่ทอดทิ้งถ้ามันไม่ถึงเป้าหมายที่คิดเอาไว้ ทำต่อไปเรื่อยๆ พยายามพัฒนาศักยภาพของตัวเอง ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

2.เวลา (Time) – เว็บข่าวที่ดี อย่างน้อยควรมีเวลาให้กับมันอย่างน้อยสักวันละ 1 ชั่วโมง และควร Update ข่าวทุกวันๆ เพื่อให้แฟนเพจ ติดตามได้อย่างต่อเนื่อง

3.เพื่อนร่วนทีมที่ดี (Team Work) – ถ้าคุณไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น การมีเพื่อนร่วมทีมที่ดีเป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะเขาจะคอยให้คำปรึกษา คอยช่วยเขียนเวลาคุณไม่ว่าง

4. ขออนุญาติรูปและใส่เครดิต (credit back) – การขออนุญาติใช้รูปถือว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญมาก เพราะผมถือว่าเป็นสิขสิทธิ์ทางปัญญา และเขาสามารถฟ้องคุณได้ โดยที่คุณผิดเต็มๆ แบบไม่ต้องมีข้อสงสัย แล้วมันก็ไม่คุ้มที่จะสร้างชื่อเสียงขึ้นมาอีกครั้งเพราะมันจะติดในหัวคนไทยว่า คนนี้คือพวกขี้ลอก

5.ตรวจสอบความผิดถูก (Check Again) – เวลาเขียนเสร็จควรตรวจทานให้เรียบร้อยครับ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาแก้ในภายหลัง

สำหรับผมเอง สิ่งที่ที่ผมอยากได้มากกว่ายอดวิวคือ Comment ที่คนอ่านมาบอกว่าควรจะปรับปรุงอย่างไร ควรพัฒนาไปทางด้านไหน สำหรับใครที่อยากให้ Blog เราปรับปรุงทางด้านไหน สามารถ Comment มาได้ที่ Facebook ของเราครับ

Picture From – biochemize

รีวิว Polarr Photo Editor โปรแกรมแต่งรูปฟรีที่ไว้ทดแทน Lightroom

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะลองการใช้การ โปรแกรมแต่งรูปภาพแบบฟรี แต่มีความคล้ายแอพแต่งภาพอันดับหนึ่งอย่าง Adobe Photoshop Lightroom อย่างมาก มาดูกันครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง เริ่มต้น  Screen Shot 2558-05-21 at 21.52.37 การดาวน์โหลดนั้น เริ่มแรกต้องใช้การ Google Chrome สักก่อน แล้วไปกดติดตั้งโปรแกม ที่ ” Polarr” แล้วก็กดติดตั้งโปรแกมลงเครื่องครับ ตัวไฟล์ไม่ใหญ่มาก ไม่ถึง 1 MB ด้วยช้ำ แล้วก็เปิดโปรแกมขึ้นมาครับ Screen Shot 2558-05-21 at 21.56.34 การใช้งาน  ถ้าคนที่เคยใช้ Adobe Photoshop Lightroom ถ้าคุ้นมากครับ เพราะ UI คล้ายกันอย่างมาก จะมีการปรับค่าต่างๆ ทางด้านขวา ฟิวเตอร์ด้านช้าย ขยายรูปด้านบนครับ เรียกได้ว่า แทบเหมือนกันมากๆ Screen Shot 2558-05-21 at 21.54.27 Screen Shot 2558-05-21 at 21.54.34 Screen Shot 2558-05-21 at 21.54.38 Screen Shot 2558-05-21 at 21.54.42 Screen Shot 2558-05-21 at 21.54.46 Screen Shot 2558-05-21 at 21.54.52

ปรับตั้งค่าต่างๆด้านขวา

Screen Shot 2558-05-21 at 22.00.40ใส่ฟิวเตอร์ด้านช้าย

Lightroom or Polarr ดี?

ผมเชื่อว่าต้องมีคำถามมาว่า ยังควรชื้อ Lightroom มาใช้ไหม ?  ถ้าคุณเป็นคนถ่ายรูปเล่นๆ แต่งรูปไม่เยอะมาก และหนักหน่วง Polarr เป็นคำตอบที่ดีครับ แต่เมื่อคุณต้องการใช้งานหนักๆ Lightroom ยังตอบสนองการใช้งานต่างๆ ได้มากกว่า Polarr เยอะเหมือนกัน Screen Shot 2558-05-21 at 22.27.37

ข้อดี

  • ฟรี
  • สามารถใช้งานผ่าน เว็บได้ที่ https://v2.polarr.co/ (การใช้งานผ่านเว็บ สามารถดึงรูปจาก Cloud ได้ทั้ง Box, Dropbox, Google Drive)
  • รองรับการใช้งานทั่วไปได้ครบ
  • โปรแกมขนาดเล็ก ไม่เปลืองพื้นที่การติดตั้ง
  • มี Histogram ให้ดู

ข้อเสีย

  • การใช้งานร่วมกับ Keyboard ยังไม่ดีนัก เน้นการใช้งานผ่าน Mouse อย่างเดียว
  • ไม่สามารถใส่ลายนำ้ได้
  • Software ยังอยู่ในขั้นพื้นฐาน
  • ต้องมี Google Chrome ในเครื่องเท่านั้น

โดยรวมแล้ว Polarr เป็นโปรแกมที่ดึงความสามารถจาก Lightroom มาพอสมควรจนสามารถใช้งานขั้นพื้นฐานได้เกือบครบทุกอย่าง สำหรับคนที่อยากแต่งรูป แต่ยังไม่มีงบประมาณมากนักที่จะชื้อโปรแกมแต่งรูปดี Polarr ถือเป็นโปรแกรมที่ควรมาดาวน์โหลดมาใช้ในคอมพิวเตอร์ของคุณแบบไม่ต้องคิดมาก แต่สำหรับคนที่มีโปรแกมแต่งภาพดีๆ อย่าง Adobe Lightroom ก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องโหลดมาใช้ให้เปลืองหน่วยความจำ  

ใครอยากติดตามข้อมูลข่าวสารของ RabbitsMobile สามารถเข้าไปกด like ในเพจที่นี่ครับ > Facebook <

Happy Birth Day ใบหม่อน นะจ๊ะนะ #wefriend

เผื่อ บรรยากาศที่ดี ควรเปิดคลิปนี้ฟังไปด้วย แล้ว

.

.

.

.

.

.

.

อินโทรเพลงกำลังขึ้นละสิ

.

.

.

.

.

 

.

.

.

อิ้อิ้

.

.

 

.

.

.

.

.

.

.

 

.

.

.

 

.

.

.

 

.

.

.

 

อ่านให้จบ

เพื่อนสนิท … ก็คือ
เพื่อนธรรมดาๆ คนนึงที่ดันสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาๆ ทั่วๆ ไป
ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายๆ อย่าง
ที่คล้ายๆ กับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น
ถึงจะมาสนิทกันได้

DSCF9367-1024x577@2x

บางที อาจไม่ใช่นิสัย …
บางที อาจไม่ใช่หน้าตา …
บางที อาจไม่ใช่ฐานะ …
บางที อาจไม่ใช่ระดับความรู้ …
แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ต้องเป็นมันคนนี้เท่านั้นที่มี . . . * AAA_8596-1024x678@2x

 

บางครั้ง …
เราก็ไม่ไป ที่ที่เราอยากไป
เพียงเพราะว่า มันไม่มีมันไปด้วย

บางครั้ง …
นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้ามัน
น้ำตาที่กลั้นไว้แทบตาย กลับทะลักออกมาได้จนหมด

AAA_7183-1024x678@2x

บางครั้ง …
ถ้ามีเสียงหัวเราะของมันด้วย
เราจะหัวเราะได้ดังกว่านี้

บางครั้ง …

ร้อยคำปลอบใจของใครก็ไม่รู้
ยังอุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆ ที่หัวไหล่
บอกเป็นนัยๆ ว่า
ฉันยังอยู่ตรงนี้………….*

AAA_7285-1024x678@2x

เ ร า ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น แ ค่ เ พื่ อ น . . .
แ ต่ เ ร า เ ป็ น ตั้ ง เ พื่ อ น ต่ า ง ห า ก . . .

เพราะเพื่อนมีความสำคัญมากๆ …
มากจนบางคนแยกไม่ออก
เอาไปเปรียบเทียบกะแฟน ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน
ทั้งๆ ที่มันคนละเรื่องกันเลย ……….*

DSCF3296-1024x682@2x

แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก …
เพื่อน จะกลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเราทันที
เวลาที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที …
ก็ตอนที่อกหักนู่นแหละ

ก็เคยคิดเหมือนกันนะ
ถ้าเราเป็นมัน จะรู้สึกยังไง ???
เวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรัก
ก็แทบไม่ได้จะไปเที่ยวไหนกับมันเลย
นานๆ ถึงจะโทรไปหาที

แต่พอผิดหวัง พอเจ็บตัวขึ้นมา
นาทีนั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน
อยากให้มันรับโทรศัพท์ก่อน
ซึ่งบางทีมันนอนไปแล้ว ก็จะไล่มันให้กลับไปนอนเหอะ
ไม่ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆ ทั้งนั้น
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอแล้ว

AAA_8596-1024x678@2x (1)

แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่า …
เพื่อน คือคนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ
แต่ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันไปนับล้านคำ
แต่แทนที่มันจะด่าว่าอกหักแล้วค่อยนึกถึงเพื่อน …
กลับกลายเป็นว่า

“รู้ไหมว่ากูดีใจแค่ไหน ที่เวลาเสียใจ” …
กูเป็นคนแรกที่นึกถึง” …

เพื่อน … คือคนที่เมื่อเราสุข เราไม่เห็นมันอยู่ในสายตา
แต่เป็นคนไม่มีวันปล่อยให้เราล้มลง
ไม่ว่าเราจะเจ็บมาจากไหน

ปล1 เพลงเกี่ยวอะไรกู็ไม่รู้

ปล2 ที่กูก็อปๆมากูก็ยังไม่ได้อ่าน

ปล3 เครดิตหน่อยละกัน http://www.dek-d.com/board/view/1256038/

ปล 4 ร้องไห้เลยละสิ

 

ปล 5 ….

ปล 6

ปล 7

ปล 8 เห้ยๆ ถ้าไม่มีอะไรก็ไม่ต้องถ้าหาสาระไม่ได้

เหตุหมาย

  • ก็อบมิกมา
  • กูคิดถึงมึง
  • เดี่ยวที่ไอมิกเขียนจะโดนปลิว http://mf-edge.com/hbd-to-baimon-2015/ 
  • อยากเขียนก็เขียน
  • #ตามนั้น
  • นั้นดิ
  • อยากก็อบก็ก็อบ
  • สวัสดีปีใหม่
  • เอามาแค่สาระ #เหรออ
  • แค่นี้แหละอะไรมาก
  • บายๆ
  • สวัสดี
  • เจอกันปลายปี
  • อยากลืมกัน
  • มาเจอกันด้วย
  • สวัสดีอีกรอบ

5 ชอบ 5 ไม่ชอบเกี่ยวกับการเรียนที่ Newzealand ปี 2014

สวัสดีตัวเองเพราะไม่รู้จะเขียนให้ใครเหมือนกัน แล้วนั้นสิเยอะเขียนทำไมฟะ

ข้อมูลเบื่องต้นAdd New

มาถึง 1/5/57

เริ่มเรียน 5/5/57

ปิดเทอม 10/12/57

เคยไปเที่ยว 2 ครั้ง

1. ที่เมืองหลวง wellington 4 วัน

2.Hanmer Springs 2 วัน

รร ชายล้วน

ลงเครื่องที่ Auckland ต่อเครื่องมาจาก ออสเตียเลีย

5 ชอบ

– เพื่อน การมีเพื่อนเยอะๆถือเป็นเรื่องที่ดีมากอะ โครตดี เพื่อนดีทำให้มีความสุขขึ้นเยอะ

-อสิระ ? หรือเปล่าวะ อยากไปไหนง่ายมาก

-เที่ยว การไปเจอสถานที่ ที่ไม่เคยไปเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น แต่ที่นี่ไม่มีอะไรเลยยย

-party รร จะมีการจัด Party สำหรับมีงานต่างๆ เอาผู้หญฺงมาด้วย เต้น มันส์สัสสส

-รับผิดชอบ ทำให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น

5 ไม่ชอบ

-ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ น้อง คิดถึงมากๆ

-แฟน การที่เราไม่ได้อยู่ใกล้เขาเหมือนเราไม่จริงใจอะ คนบางคนดีมากแต่ปล่อยไปเพราะความรู้สึกที่ไม่สามารถดูแลเขาได้

-สอบ แม้งไม่ได้ยากนะ แต่ยากสำหรับคนไม่รู้ศัพท์อะ ไม่รู้สิ คะแนนน้อยมากอะ

-เพื่อนเอเชีย – เหี้ยมากก สูบบุหรี่ แดกเหล้าบ้านคนอื่น โครตหมาเกลียดคนสูบบุหรี (คนเคยรู้จักหรือเปล่าคุณมาทำร้ายทำไม)

ได้

-ความรุนแรง ไม่ต้องอะไรมากรักบี้อะ แม้ง ใช้กำลัง

ข้อควรระวัง,ควรทำ

-ภาษา มาแรกๆโครตเป้อ เลยอะ ควรทำอย่างไรดี แต่ต้องฝึกให้เยอะพูดเลยย

-เน็ตแพงดี

-พนังที่บ้านบางสัส เสียงแม้งออกไปง่ายมากอะ เช็ง จะคุยกะใครตอนดึกก็ไม่

IMG_2982
นั่ง Ferry จาก Picton ไป Wellington ถ่ายด้วย iPhone