ประสบการณ์จากคนติดโทรศัพท์แล้ว เลิกใช้ไป 2 เดือน

DSC_2165-1024x682

หากใครคิดตามผมใน ทวิตเตอร์ หรือ เล่น พันทิป ที่ผมเข้าไปยุ่งวุ่นวายอยู่บ่อย อย่างห้อง มาบุญครอง และ ห้องกล้อง จะพบว่าผมเป็นคนที่เล่น อินเตอร์เน็ตเยอะมากคนนึงเมื่อต้นเดือนกรกฏาคมโทรศัพท์ผมที่ผมชื้อมา มันเกิด พังขึ้นมา อย่างที่ไม่สามารถทราบสาเหตุได้ ไปถามผู้รู้ iPhone ในหลายๆ เพจก็ไม่สามารถช่วยทำได้เลยเพียงคนเดียว เพราะมันไม่ขึ้น Error ใดๆ ทั้งสิ้น มันทำให้คนกลายเป็นคนที่ไม่มีโทรศัพท์จนถึงวันนี้
ช่วงระหว่างนั้น ผมมีอุปกรณ์คู่กาย 2 ชิ้นคือ rMBP 13 นิ้ว และ Tablet Android จอ 12 นิ้วอีกเครื่อง (หมายเหตุ Tablet จอ 12 นิ้วนั้นใส่ชิมได้) ในทุกวันที่ผมไปโรงเรียน ในตอนเช้า ผมก็ผมก็ต้องคิดว่าผมควรเอาอะไร มันเป็นสิ่งที่ยุ่งวุ่นวายชิวิตเลยทีเดียว ที่โรงเรียนผมจะบล็อคบางเว็บไชต์อย่าง Facebook Instagram ทำให้เมื่อทำติดต่อเพื่อนหลายๆครั้งในวลาพัก ผมจำเป็นต้องเปิด 3G/4G

โทรศัพท์พัง 2 เดือนแล้วได้อะไร?

ผมเชื่อว่าหลายๆคนอ่านมาคงยังไม่เห็นประโยชน์อะไรเลย , การที่ไม่มีโทรศัพท์ 2 เดือน มันไม่ได้ทำให้ผมมีสมาธิเพิ่มขึ้น ดั่งที่ผมต้องการ แต่ผมกลับเป็นคนที่รู้จักการรอคอยมากขึ้น สนุกกับข้อจำกัดในบางสิ่ง หันมองสิ่งรอบข้างบ้าง สังเกตุในสิ่งที่คนอื่นชอบ คนอื่นทำ และที่สำคัญมันทำให้รู้จักกับตัวเองมากขึ้น

ในทางกลับกัน ผมกลับเสียรายได้ไปบางส่วน ผมมีงานด้าน Social ต่างๆ อย่างทำเว็บไชต์ แล้วต้องโพส เฟสบุ๊ค ไม่ได้ในทันที ทำให้ไม่ทันต่อเหตุการณ์ คนเข้าน้อยลง คนกดโฆษณาก็น้อยลง (ผมไม่ทำ Auto Post เพราะ SEO มันห่วย) , ดูแลจัดการวงดนตรีของคนที่รู้จัก ,ไม่สามารถจัดการดาม่า ได้ทันที

ถ้าถามผมว่าคุ้มไหมกับที่เสียไป มันก็ ok นะกับการลงทุนแต่ผมคงไม่ทำอีก ตอนนี้ผมคงจะไปหา โทรศัพท์เครื่องใหม่ มาใช้แล้วละ โทรศัพท์เครื่องใหม่คงทำตังให้ผมอีกเยอะเลย 🙂

ทั้งหมดนี้ ไม่ได้หมายความว่า ถ้าคุณโทรศัพท์พัง แล้วคุณจะชื้อเครื่องใหม่เลย เพราะการลงทุนไม่ใช้โทรศัพท์ไม่คุ้มค่า บางคนอาจจะได้ผลลัพท์ ที่ดีกว่าผมก็เป็นได้ แต่อย่าลืม การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน เจ้านาย หัวหน้า เพื่อน พ่อ แม่ พี่ น้อง อาจจะไม่ Happy กับคุณก็เป็นได้  

เขียนลายเช็นบน Mac ด้วยแอพ Preview

Screen Shot 2558-08-15 at 12_Fotor

เมื่อชื้อ Mac มาแล้วก็ควรใช้งานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้ทางทีมงานได้นำเคล็ดลับการ เช็นลายเช็น บน Mac ที่มี TouchPad จะเป็นอย่างไรมาดูกันครับ

START

Screen Shot 2558-08-15 at 12.01.45

 

เลือกรูปที่เราต้องการเช็น Screen Shot 2558-08-15 at 12.02.30 Screen Shot 2558-08-15 at 12.03.01

เข้าไปที่ Tools>Annotate>Signature> Manage Signature หรือกดไปที่เครื่องมือ และ เส้น วนๆไปมา ตามรูปที่ 2 จะขึ้นที่เราเคยสร้าง หรือ กดเพิ่มอันใหม่ที่ Create Signature

Screen Shot 2558-08-15 at 12.03.11กดคำว่า Click Here to Begin

Screen Shot 2558-08-15 at 12.03.48

การใช้ Macbook หรือ MultiTouch TrackPad รุ่นเก่าๆ จะสามารถใช้งานได้เพียงระดับเดียว แต่ถ้าใช้ Force Touch TrackPad จะสามารถกำหนดความเข้มของเส้นตามที่เราต้องการ ด้วยการกด เบา และ หนัก

เมื่อเสร็จแล้วให้กด Enter (ผ่านคีย์บอร์ด) และ Done (ด้วย TrackPad) เพื่อที่จะคอมเฟริมเมื่อทำเสร็จแล้ว หากไม่พอใจให้เมื่อกด Clear แทน Done เพื่อที่จะเริ่มใหม่

Screen Shot 2558-08-15 at 12.04.09Screen Shot 2558-08-15 at 12.04.16

ตัวลายเช็นนั้นสามารถ ขยายได้ตามต้องการ รวมถึงเลื่อนได้อีกด้วย

ใครที่ยังทำไม่เป็นสามารถดูได้ที่ Youtube ด้านล่าง

Continue reading เขียนลายเช็นบน Mac ด้วยแอพ Preview

รีวิว Polarr Photo Editor โปรแกรมแต่งรูปฟรีที่ไว้ทดแทน Lightroom

Screen Shot 2558-05-21 at 21.52.04

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะลองการใช้การ โปรแกรมแต่งรูปภาพแบบฟรี แต่มีความคล้ายแอพแต่งภาพอันดับหนึ่งอย่าง Adobe Photoshop Lightroom อย่างมาก มาดูกันครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง เริ่มต้น  Screen Shot 2558-05-21 at 21.52.37 การดาวน์โหลดนั้น เริ่มแรกต้องใช้การ Google Chrome สักก่อน แล้วไปกดติดตั้งโปรแกม ที่ ” Polarr” แล้วก็กดติดตั้งโปรแกมลงเครื่องครับ ตัวไฟล์ไม่ใหญ่มาก ไม่ถึง 1 MB ด้วยช้ำ แล้วก็เปิดโปรแกมขึ้นมาครับ Screen Shot 2558-05-21 at 21.56.34 การใช้งาน  ถ้าคนที่เคยใช้ Adobe Photoshop Lightroom ถ้าคุ้นมากครับ เพราะ UI คล้ายกันอย่างมาก จะมีการปรับค่าต่างๆ ทางด้านขวา ฟิวเตอร์ด้านช้าย ขยายรูปด้านบนครับ เรียกได้ว่า แทบเหมือนกันมากๆ Screen Shot 2558-05-21 at 21.54.27 Screen Shot 2558-05-21 at 21.54.34 Screen Shot 2558-05-21 at 21.54.38 Screen Shot 2558-05-21 at 21.54.42 Screen Shot 2558-05-21 at 21.54.46 Screen Shot 2558-05-21 at 21.54.52

ปรับตั้งค่าต่างๆด้านขวา

Screen Shot 2558-05-21 at 22.00.40ใส่ฟิวเตอร์ด้านช้าย

Lightroom or Polarr ดี?

ผมเชื่อว่าต้องมีคำถามมาว่า ยังควรชื้อ Lightroom มาใช้ไหม ?  ถ้าคุณเป็นคนถ่ายรูปเล่นๆ แต่งรูปไม่เยอะมาก และหนักหน่วง Polarr เป็นคำตอบที่ดีครับ แต่เมื่อคุณต้องการใช้งานหนักๆ Lightroom ยังตอบสนองการใช้งานต่างๆ ได้มากกว่า Polarr เยอะเหมือนกัน Screen Shot 2558-05-21 at 22.27.37

ข้อดี

  • ฟรี
  • สามารถใช้งานผ่าน เว็บได้ที่ https://v2.polarr.co/ (การใช้งานผ่านเว็บ สามารถดึงรูปจาก Cloud ได้ทั้ง Box, Dropbox, Google Drive)
  • รองรับการใช้งานทั่วไปได้ครบ
  • โปรแกมขนาดเล็ก ไม่เปลืองพื้นที่การติดตั้ง
  • มี Histogram ให้ดู

ข้อเสีย

  • การใช้งานร่วมกับ Keyboard ยังไม่ดีนัก เน้นการใช้งานผ่าน Mouse อย่างเดียว
  • ไม่สามารถใส่ลายนำ้ได้
  • Software ยังอยู่ในขั้นพื้นฐาน
  • ต้องมี Google Chrome ในเครื่องเท่านั้น

โดยรวมแล้ว Polarr เป็นโปรแกมที่ดึงความสามารถจาก Lightroom มาพอสมควรจนสามารถใช้งานขั้นพื้นฐานได้เกือบครบทุกอย่าง สำหรับคนที่อยากแต่งรูป แต่ยังไม่มีงบประมาณมากนักที่จะชื้อโปรแกมแต่งรูปดี Polarr ถือเป็นโปรแกรมที่ควรมาดาวน์โหลดมาใช้ในคอมพิวเตอร์ของคุณแบบไม่ต้องคิดมาก แต่สำหรับคนที่มีโปรแกมแต่งภาพดีๆ อย่าง Adobe Lightroom ก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องโหลดมาใช้ให้เปลืองหน่วยความจำ  

ใครอยากติดตามข้อมูลข่าวสารของ RabbitsMobile สามารถเข้าไปกด like ในเพจที่นี่ครับ > Facebook <

[Review] New Macbook ผมเชื่อว่า สตีฟ จ็อบต้องชอบ

IMG_9285

คำกล่าวก่อนอ่าน : ถ้าจะหาสาระ แบบจริงๆจังๆ ควรไปอ่านที่ http://mf-edge.com/2015/05/preview-macbook-retina/ ครับ เพราะบทความนี้จะรีวิวแบบคนที่ใช้ Apple มันหลายตัว

ผมเชื่อว่าหลายๆคนกำลังติดตามรีวืว New Macbook อยู่ครับ และต้องการหลายๆสำนัก เพื่อว่ายืนยันว่าชื้อดีไหม วันนี้จะมาลองดูกันควรจะชื้อจริงๆเหรอ port เดียวมัน ok ไหม

IMG_9300

การดีไชน์ผมว่า มันสวยและเบามาก ถามว่าน่าใช้ไหม ก็ต้องบอกว่าน่าใช้ครับ แต่มันเหมาะกับคนที่พกเยอะๆ ออกไปใช้ข้องนอกแล้ว ไม่ได้ต้องการประสิทธิภาพมากมาย

IMG_9286 IMG_9288 IMG_9287

สเปค เครื่องที่ลองใช้เป็น Core M 1.2 GHz SSD 512 GB เรียกได้ใช้งานสบายๆ เลยไม่ต้องเคลียดครับ ความเร็วจะช้ากว่า Core i3 นิดหน่อยแต่ยังเร็วกว่า Intel Pentium  (ในรุ่นปีเดียวกัน) แต่ประหยัดหลังงานกว่ามากๆ กินไฟเพียง 5 W ถ้าจะใช้เทียบคือ กินมากกว่า Tablet ไม่เยอะมาก ด้านหน้าจอเป็นจอ Retina Display ที่ใช้กับ Macbook Pro Retina แต่จะลดหน้าจอเหลือเหลือความละเอียด 2304×1440 แต่ในความรู้สึกการใช้งานไม่แตกต่างจากทีผมใช้ Macbook Pro Retina 13 นิ้วสักเท่าไหร่ ความคมชัดพอๆกันครับ สำหรับพื้นที่หน้าจอสามารถตั้งได้สูงสุด 1440×900 ชึ่งก็ควรใช้ตัวนี้ แต่ต้องมาปรับเอง ทั้งหมดที่พูดมาผมรับได้หมด แต่ที่ผมอยากติคือ การ์ดจอครับ เนื่องด้วย Core M เป็นชี่รีย์ค่อนข้างใหม่จาก Intel มันควรใช้ การ์ดจอใน ชี่รี่ย์ 6000 ชึ้นไป ขนาด Macbook Air ตัวล่าสุดยังให้ Intel HD Graphics 6000 เลย (Macbook Pro 13 2015 ให้ 6100)

IMG_9301

โลโก้ไม่มีไฟ ตอนแรกผมก็กังวลนะ แต่พอมาลองใช้เครื่องนี้ ก็นึกได้ว่า Macbook Pro Retina ที่ใช้อยู่ ก็แทบไม่ได้สนใจกับมันเลย (ยกเว้นเวลาถ่ายรูป ชึ่งดูไปแล้ว ช่างมันเถอะครับ อย่างน้อยก็ช่วยประหยัด MEM บนเครื่องไปได้

IMG_9294

โลโก้ไม่มีไฟไม่เท่าไหร่ แต่กล้องนี่จัญไรจริงๆ เพราะให้มาแค่ 480p มันแค่เพียงพอต่อการวิดิโอคอลเท่านั้น ถ้าจะเอามาถ่ายรูปเล่น ทำคลิปหน้าตัวเอง บอกได้เลยครับ ไม่เหมาะมันกากเกินไป (แต่ก็ยังดีกว่า กล้อง HD ในหลายๆยี่ห้อในระบบปฏิบัติการณ์ Windows)

IMG_9303

คีย์บอร์ดเป็รเรื่องที่ถกเถียงมานาน ว่า ok ไหม ส่วนตัวมองว่า ok แต่ต้องปรับตัวอีกเพราะตำแหน่งเลื่อนไปเล็กน้อยจากที่ผมใช้ Macbook Pro Retina เพียงแต่มันพิมพ์ไม่มันเท่าตัวเก่าๆเท่านั้นเอง แต่ถ้าใครชินแล้ว ผมมองว่าจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะมันคือ Ketboard ดีๆเลยแหละครับ ส่วนเรื่อง Force Touch ผมยังไม่ได้รู้สึกว่าชอบเท่าไหร่ด้วยระยะกด มันตำ่มากแถมเวลาคืนตัวโครตไม่ทันใจ เรียกง่ายว่ารำคาญเลยทีเดียว ไม่ต้องบรรยายให้ลึกชึ่ง

IMG_9295 IMG_9297 IMG_9298

เรื่องพอร์ทเห็นด่ากันเยอะเลย แต่สำหรับผมเฉยๆ เพราะมันคือเครื่องพกพา อย่างมากก็ FlashDrive สักตัว ไม่ได้แบบ เสียบตั้งแต่ Hard dive Flash drive DVD Player เยอะขนาดนั้น แต่ปัญหาของผมอยู่ที่ ยังไม่มีให้หาชื้ออุปกรณ์เสริมของมันได้ แม้แต่ Offical ก็ต้องรอ ฉะนั้นไม่ต้องรีบครับ

IMG_9289

อีกด้านนึงเป็นที่เสียบ หูฟัง + ไมโครโฟนในรูเดียว พร้อม ไมโครโฟนคู่มาให้ ชึ่งคนที่ใช้ของระดับนี้ ผมว่าส่วนใหญ่ก็ใช้หูฟัง Bluetooth กันแล้วนะ

IMG_9285

เนื่องด้วยลองเล่นไม่นาน แต่ผมสัมผัสได้คือ เหลือเฟือเร็ว พอประมาณ สามารถใช้งานทั่วไปได้แบบปกติสุข ไม่ต้องกังวลว่าจะช้า แต่ถ้าคุณไปใช้ โปรแกมตระกูล Adobe ทั้งหลาย หรือ Final Cut Pro ผมเชื่อว่าต้องมีหงุดหงิดกันบ้าง

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับคนที่มีคอมอยู่บ้าน ที่ทำงานอยู่แล้ว แต่ต้องการเครื่องที่ 2 มาไว้ใช้นอกบ้านแบบไม่ได้หนักหน่วง อย่างเช่นตอบ เมล เล่นเฟส ดูหนัง
  • นักศึกษาที่เอาไว้โชว์
  • คนมีตัง

ผมชื้อไหม ? – ด้วยราคาระดับนี้ ผมขอลงไปเลือกชื้อ Surface 3 ที่เป็น Atom ครับ ด้วยการพกพาที่ง่ายกว่า เบากว่า เล็กกว่า  (เพียงพอต่อการนำไปทำงานนอกบ้าน) มี CPU ที่แรงไม่ต่างกันมากนัก ในราคาที่ถูกกว่าพอสมควร และอีกอย่างเครื่องพวกนี้ไม่ใช่เครื่องหลักของผมครับ ฉะนั้น Surface 3 เพียงพอแล้ว

สตีฟ จ๊อบ จะชอบจริงเหรอ? – ผมเชื่อว่าเขาชอบครับ เพราะนี่คือสิ่งที่ สตีฟ จ๊อบ ต้องการ Notebook พอร์ทเดียว อยู่แล้วแถมบางขนาดนี้

มาถึงย่อหน้าสุดท้ายผมเชื่อว่า หลายๆคนคิดว่า กูควรชื้อไหม ขนาดคนเขียนมันยังไม่ชื้อเลย ผมอยากแนะนำว่าถ้าคุณมีตังแล้วอยากได้ Notebook ที่เอามาใช้งานข้างนอก มันเป็นคำตอบที่ควรจะชื้อครับ แบบปฏิเสธไม่ได้อย่างแน่นอน  Continue reading [Review] New Macbook ผมเชื่อว่า สตีฟ จ็อบต้องชอบ

เปรียบเทียบ Adobe Lightroom cc และ 6 พร้อมอธิบาย CC คืออะไร

เปรียบเทียบ Adobe Lightroom cc และ 6 พร้อมอธิบาย CC คืออะไร

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเปรียบเทียบกันว่า จะชื้อ Adobe Lightroom จะชื้อแบบไหนดี ควรชื้อแบบไหน มาดูกันครับ

Screen Shot 2558-05-04 at 21.07.56

แบบแรกเลยคือ Creative Cloud เป็นการเช่าใช้เริ่มต้นเดือนนึง 300 บาทสามารถใช้ได้ คือ Adobe Lightroom และ PhotoShop ชึ่งคุ้มมากๆ สำหรับที่ใช้งานทุกเดือนครับ โดยสามารถใช้ เดือนละ 1,500 บาทโดยสามารถใช้ได้ทั้งหมด เท่าที่ Adobe จะมีเลยครับ (สำหรับ คนที่เคยใช้ Adobe ไม่ว่าจะตัวไหน แต่ต้องเป็นของที่ “ถูกสิขสิทธิ์” เท่านั้น จะเหลือแค่เดือนละ 900 เท่านั้น จากที่ต้องชื้อ ปีนึงเป็นแสน ถ้า Upgrade ทุกปีนะครับ)

Screen Shot 2558-05-04 at 21.08.05

สำหรับนักเรียน นักศึกษา มีราคาพิเศษให้ครับ สำหรับตัว Complete จะเหลือที่ 600 บาทเท่านั้นใช้ได้ทุกโปรแกม สำหรับ Package Photography (Lightroom และ PhotoShop) ก็ 300 เหมือนคนปกติครับ ใครที่สนใจสามารถชื้อได้ที่ https://creative.adobe.com/plans?promoid=KSPAK

Screen Shot 2558-05-04 at 21.08.28แบบที่ 2 คือแบบชื้อขาด ถ้าจะ Upgrade version ใหญ่เช่น 5 ไป 6 ต้องจ่ายเงินเพิ่ม อีกประมาณ​ 2,500 บาท โดยต้องชื้อก่อน ประมาณ 4600 บาทครับ เหมาะสำหรับคนที่นานๆใช้ที ไม่ได้เปลี่ยนกล้องบ่อย ถือว่าเหมาะกว่าแบบ CC ครับ (สำหรับคนที่ต้องการกล้องเห็นบางร้านขายอยู่ 6000 กว่าบาท) โครตไม่คุ้มครับ ชื้อ Online ดีกว่า

ใครที่สนใจสามารถชื้อได้ที่ http://shop.adobe.com/store/adbehap/en_SG/DisplayProductDetailsPage/ThemeID.25225600/productID.314457100 ครับ

CC คืออไร

CC คือระบบ Cloud เช่าจาก Adobe เริ่มต้นเดือนละ 300 บาท

สรุป 

ตอนนี้ Adobe LightRoom มีให้เลือกชื้อ 2 แบบ คือแบบเช่าใช้เริ่มต้น เดือนละ 300 บาท Upgrade ได้ตลอดเวลาที่จ่ายตัง กับแบบที่ 2 คือชื้อขาด 4,700 บาท แต่ถ้าจะ Upgrade ต้องเสียตังเพิ่มอีกประมาณ​ 2,500 บาทต่อครั้ง ถ้าคุณไม่จำเป็นต้อง Upgrade ทุกปี ลองเลือกดูครับว่าตัวเองเหมาะแบบไหน แต่สิ่งที่ผมแนะนำเสมอ คือ ชื้อของถูกกฏหมายเถอะครับ 

สุดท้ายขอจากไปด้วยคลิปวิดิโอ เปรียบเทียบครับ

[บทวิเคราะห์] ถึงเวลา Macbook พอร์ต เดียวรึยัง?

IMG_9819_Fotor

ผมเชื่อว่าเป็นคนถามของหลายคนเลยทีเดียวว่า Macbook ตัวใหม่มันดีจริงไหม แล้วการใช้งาน พอร์ต USB-C กับการใช้งานจริง มัน ok ไหม

เหตุหมาย : บทความนี้เป็นการระบายอารมณ์ของผู้เขียน ที่อยากได้ อยากเล่น การตอบปัญหาว่ามันจะตอบโจท์ยไหม

พอร์ทนี้ทำอะไรได้บ้าง 

พอร์ตนี้สามารถ ชาร์จไฟ เชื่อมข้อมูล เชื่อมต่อจอใหญ่ เรียกได้ว่า อยากทำอะไรทำได้หมด ยกเว้น หูฟัง ถือว่าทำได้เยอะที่สุดตั้งแต่ผมเกิดมาเลย เพราะอย่าง Thunderbolt ที่ว่ามหาเทพแล้ว ยังได้แค่ ต่อจอกับเชื่อมข้อมูล ชาร์จแบตไม่ได้

1 พอร์ต จะพอไหม

ผมเชื่อว่า เป็นคำถามหลักๆ เลย เพราะ แค่เสียบสายชาร์จก็หมดละ ทำอะไรไม่ได้เลย [แต่สามารถ ชื้อสายเชื่อมได้ 3,000 เท่านั้น ไปไหนมาไหน เกะกะอีก] แต่มันก็มีหนทางช่วยครับScreen Shot 2558-05-01 at 23.49.48

Cloud service ช่วยท่านได้

ผมเชื่อว่า หลายๆคนคงเคยได้ยินและเคยใช้กันมาบ้างแล้ว แถมเราอยู่ในยุคสู่ Internet ความเร็วสูง (สูงแต่ Download Upload ไม่ขยับ) มันช่วยได้เยอะจริงๆ ครับ ในการ Backup ข้อมูลพวกนี้ผมก็ใช้อยู่ สำหรับค่ายหลักๆ ที่คนใช้กันก็จะมีอย่าง DropBox, Google Drive, One Drive ประมาณนี้ครับ

มันเหมาะกับใคร

มันเหมาะกับคนที่มีเครื่องหลัก ไว้แล้วอยู่ที่บ้าน แต่ต้องการทำงาน ชิวๆ นอกบ้าน ถ้าให้เปรียบก็เหมือนคนมีตังแล้วชื้อรถสปอร์ต อะครับมันต้องเงินเหลือและ มีสิ่งที่สบายอยู่แล้ว คงไม่มีใคร ใช้รถสปอร์ตทุกวันถูกไหมครับ

ความขลังยังอยู่ไหมกับโลโก้ไม่มีไฟ

ผมว่าเดียวก็ลืมครับ ไม่นานหรอก

IMG_9819_Fotor

เมื่อเทียบกับ Macbook ด้วยกันแพงจริงเหรอ 

ถ้าให้เทียบจริงๆ คงต้องเทียบกับ Macbook Air 11 นิ้วเพราะว่ามีขนาดจอพอๆกันนะครับ เพื่อความเท่าเทียม ผมจะทำให้การเปรียบเทียบนี้ สเปคใกล้เคียงกันที่สุด ด้วยการใช้ Macbook Air 11 นิ้ว SSD 256 GB ราคา 37,990 บาท แล้วใส่ Ram เป็น 8 GB จะได้ราคาออกมา คือ 41,180 บาท เมื่อเทียบกับ Macbook ตัวถูกแล้ว (43,990) ก็ถือว่าต่างกันไม่มาก แต่ได้จอที่ใหญ่ขึ้น คมชัดขึ้น เลยทีเดียว แต่ต้องแลกมากับที่ CPU ประมวลผลช้าลง ก็ต้องมาตัดสินเอาครับ ว่าอยากได้ประสืทธิภาพ หรือ จอคมชัดสดใส (ชึ่ง Macbook Air คนส่วนมากก็เอามาเล่นเว็บทั่วไป ทำเอกสาร ไม่ได้นำมาใช้งานแบบจริงจังคงไม่ได้มีผลมากเท่าไหร่)Screen Shot 2558-05-01 at 23.06.08

การใช้งานที่อ่านๆ มาผมว่ามันก็น่าสนใจนะ ทุกอย่างยกเว้น Keyboard

สรุป น่าใช้ไหม

ผมมองว่าเป็น Mac ที่น่าใช้รุ่นนึง ถ้าคุณคือคอมเครื่องหลักที่บ้านอยู่แล้ว อยากได้คอมที่ไม่ต้องแรงมาก ในการประมวลผล แต่ก็ไม่ได้ช้า เวลาเข้าถึงไฟล์งาน เปิดเครื่อง และไม่อยากไปใช้ จอที่ไม่ค่อยละเอียดใน Macbook Air ผมมองว่าเป็นคำตอบที่ดีมากๆ ตัวนึง แต่ในราคาระดับนี้ ถือว่ามีตัวเลือกมากมายให้เลือกสรรค์เลยทีเดียว  ถ้าให้ยกตัวอย่าง Core m ด้วยกัน ก็อย่างเช่น AsusZenbook ที่ความบางไม่หนีกันมาก พอร์ตครบ จอใหญ่กว่า ในราคา 29,990 บาท แต่ด้วยข้อเสียอย่างที่หนักกว่า 300 กรัมหรือ iPad mini เครื่องนึงเลยทีเดียว หรือจะให้เทียบอย่าง สมนำ้สมเนื้อก็ Lenovo Yoga 3 Pro ลักษณะ คล้ายๆ กัน พับเป็น Tablet ได้ มีจอสัมผัสแต่ราคาก็สูงพอสมควรเลยทีเดียว